ป่าน's profileCyber Space...BlogLists Tools Help

Blog


    October 07

    TAXI 01

    ผมเป็นคนนึงที่มีโอกาส ได้ใช้บริการรถTAXI บ่อยมากๆ
    ไม่ใช่เพราะร่ำรวย แต่เพราะมีความจำเป็นที่ต้องกลับบ้านดึกบ่อยๆ...

    เหมือนกับการรุ้จักคนแหละครับ...
    ยิ่งเรารุ้จักคนมาก เราก็จะยิ่งเจอกับคนหลายประเภทตามไปด้วย...

    ผมขอนำเสนอเรื่องเล่าเกี่ยวกับ TAXI สุดหรรษา มากมายหลายประเภท...
    จากประสบการณ์ของผมเอง ณ บัดนี้...

    =====================================================================================
    ตอนที่ 1 - "ไอ้บ้า"...

    มันเป็นคืนวันศุกร์ครับ...
    หลังจากที่กินเหล้าเมามายกันมาระดับนึง...
    ผมยืนอยุ่ที่ ทางขึ้นรถไฟฟ้า ราชเทวี...
    ร่ำลาเพื่อน และโบกรถ TAXI หมายจะกลับบ้าน...

    รถ TAXI คันนึง เข้ามาจอดเทียบ ผมบอกที่หมายไป "ไปท่าน้ำนนท์ เข้าทางซอยบางกรวยครับ..."
    TAXI คันนี้ ส่ายหน้าไม่รับ...

    โอเค... ไม่เป็นไร คันใหม่ก็ได้... ผมนึกในใจ...
    ผมถอนตัวออกมา และมองหา TAXI คันถัดไป...
    แต่ยังไม่ทันที่จะโบกคันใหม่ TAXI คันเดิม ก็เปิดกระจกข้าง เรียกผมให้ขึ้นไปบนรถ...

    อารายหว่า... ผมนึกในใจอีกครั้ง...
    ผมเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ เพื่อความสบายใจของคนขับ...
    (ที่จะแน่ใจได้ว่า ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเค้าจากด้านหลังรถ...)
    เตรียมตัวจะควัก Nintendo DS ที่เพิ่งจะซื้อ ออกมาเล่น...

    "เมื่อกี๊พี่ไม่ไป เพราะขี้เกียจเข้าไปในซอย แต่พอดีนึกได้ว่าจะไปรับลูกแถวนั้น"...
    โอเค... ตอนนี้ผมอยุ่บนรถแล้ว และรถก็กำลังมุ่งหน้าไปท่าน้ำนนท์ ไม่น่ามีปัญหาอะไร...
    ระหว่างนั้น รถติดที่แยกไฟแดง ทางซ้ายมือ มีรถของไปรษณีย์อยุ่ข้างๆ...

    "น้องรุ้มั๊ย รถขนจดหมายพวกนี้น่ะ เครื่องเม่งโครตนิ่มเลย"
    "เหรอครับ"
    "เนี่ย พี่เคยขับตามมันไปต่างจังหวัด แม่งไม่มีเสียงเลย โครตนิ่ม"
    "ครับผม"

    ... บรรยากาศนิ่งไปซักพัก ...

    "น้องเชื่อไม๊ ว่ามันนิ่มจริงๆ ดูสิพี่เปิดให้ฟัง"คนขับ พูดพลางงเลื่อนกระจกฝั่งผมลง เพื่อให้ได้ยินเสียงรถคันข้างๆ...
    ผมได้แต่ยิ่มแห้งๆ หัวเราะกลบเกลื่อนไป ในใจโครตอึดอัด ว่า "เออ กูรุ้แล้ววว ว่ามันนิ่ม แต่เมื่อไหร่มึงจะปิดกระจกฟะ..."
    ไฟเขียว!! โอ้ว พระเจ้าดีใจจัง รีบๆไปเหอะ พี่แกจะติดใจอะไรนักหนา

    "น้องรู้ไม๊ ว่าพี่น่ะ... รุ้จักหมดเลยนะ พวกที่คุมทั้งกรุงเทพน่ะ..."
    "อะไรนะครับ"
    "พวกที่มันคุมๆกรุงเทพฯเนี่ย พี่รุจักหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น ชัชเตาปูน บลา บลา บลา(ชื่อไรก็ไม่รุ เพียบเลย ผมไม่รุจัก แต่คาดว่าคงเป็นพวกมาเฟียล่ะมั๊ง)"
    "ครับ"
    "พลเอก สนธิ เนี่ยก็ลุงแท้ๆของพี่"
    ช๊ะ!!! นี่มันเข้าข่าย พวก TAXI ขี้คุยนี่ห่า โถๆๆๆๆ กระจอกๆ เรามีวิธีรับมือแล้ว แกล้งทำเป้นไม่สนใจเดี๋ยวก็หยุดไปเองแหละ...
    "เนี่ย รุ้มั๊ย พี่น่ะ เป็นหลานชายขุนส่า..."
    เอ้ย!!! นี่มันกล้าคุยขนาดนี้เลยเรอะ...
    "เนี่ย น้องรุ้มั๊ย พวก NGO น่ะ ที่เป็นหน่วยงานที่อยุ่เบื้องหลังการบริหารประเทศทั้งหมด คอยดูแลจัดสรรงบประมาณประเทศน่ะ พูดง่ายๆก็คือเป็นเจ้าของประเทศ..."
    เอ้า... คุยต่อให้พอใจๆ...
    "...คือ พี่เอง!!!"

    ...ไม่ๆ... ผมต้องได้ยินมันผิดไป...
    นี่มันชักจะเพ้อเจ้อ มากไปแล้ว...

    "น้องไม่เชื่อใช่มั๊ย โอเค งั้นน้องดุนี่..." คนขับทำท่าควักอะไรออกมา ผมชักจะระแวง...
    สิ่งที่ควักออกมา เป็นโทรศัพท์ จะเอาโทรศัพท์มาให้ดูอารายหว่า...
    ผมชะโงกหน้าไปดู เป็นรุปถ่ายครับ ถ่ายมาจากหลังรถที่ไหนไม่รู้ บนหลังรถมีเขียนว่า...

    N C O...
    (แถมดูท่าทาง ไปถ่ายมาจากที่ไหนไม่รู้ ผมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นอย่างอื่นเช่น O P N C O แต่มันคง Crop มาแค่ NCO)

    อืม.. ไม่ใช่ NGO นี่นา อะไรกัน สับสนไปหมดแล้ว อธิบายหน่อย...

    "เออ ไม่ใช่ NGO นี่หว่า เออ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน"
    อ้าว... อุตส่าคาดหวังว่าจะมีคำอธิบายดีๆ...

    "งั้นดูนี่" พูดพลางควักหมวกออกมา 1 ใบ...
    ด้านบนที่ตราอะไรซักอย่าง ดูไม่ออก เขียนว่า Australia แต่ที่ดูออกชัวร์ๆคือ ซื้อมาจากพวกตลาดนัดแหละครับ...
    "นี่คือตราราชวงศ์ประเทศ ออสเตรเลีย รุ้ใช่มั๊ยว่าคนธรรมดา ห้ามใส่..."
    "ครับ"

    "น้องรุ้มั๊ย ว่าหน่วยงานที่พี่อยุ่น่ะ ทำหน้าที่ บลา บลา บลา"
    เนื้อหาตรงนี้ยาวครับ แต่ไร้สาระ ผมเองก็ขี้เกียจจำให้รกหัว เอาเป็นว่า สรุปว่า มันคุมการเงินประเทศไทยอยุ่ตอนนี้...

    "เมียพี่อ่ะนะ... เป็นหม่อมอยุ่ 5 ประเทศ มี พม่า จีน ฮ่องกง สิงคโปร เวียดนาม"
    โอเค กูเชื่อก็ได้ แต่มึงอย่าลืมสรุปนะ ว่าทำไมมึงถึงมาขับ TAXI

    "น้องรุ้มั๊ย ว่ารถตำรวจที่เห้นๆกันอยุ๋เนี่ย ไม่ได้ของสำนักงานตำรวจหรอกนะ แต่เช่ามาจากอู่เดียวกับพี่"
    !!! ไอ้นี่ท่าจะบ้า...

    มาถึงจุดจุดนี้ ประเด็นเรื่องเป็นแค่ TAXI ขี้อวด เห็นที่จะต้องตัดทิ้งแล้วล่ะครับ...
    ผมรุสึกได้ถึงความไม่ปรกติทางสมองของชายคนนี้...
    สิ่งเดียวที่จะล้มล้างความคิดนี้ได้ นั่นคือ เค้าต้องสมารถ สรุปสิ่งที่เล่ามาเพ้อเจ้ออยุ่ตั้งนานนี้...
    ให้ลงตัวว่า ทำไมถึงต้องมาขับ TAXI และตั้งอยู่เหตุผลให้ได้...

    "น้องรุ้มั๊ย พี่จะไปปล้นธนาคาร"
    ไม่สรุปให้กูใช่มะ ไอ้นี่บ้าชัวร์...

    จะทำยังไงดีนะ ถ้าต้องอยู่สภาพเมานิดๆ...
    แต่ต้องมานั่งอยุ่ข้างๆคนสติไม่ดี ที่ไม่รู้ว่าจะทำร้ายผมขึ้นมาเมื่อไหร่...
    ตอนนี้รถเลี้ยวเข้าไปในซอยบางกรวยที่แสนเปลี่ยว และตอนนี้เค้ากำลังพูดถึงเรื่อง การปล้นธนาคาร!!!!

    "รุ้มั๊ยพี่จะทำไง พี่จะไม่สนใจกล้องเลย พี่จะบุกแม่งเข้าไปเลย"
    อย่าทำไรนะกูขอร้อง ผมคิดในใจ...

    "แล้วพี่ก็จะเอาเงินแม่งมาให้หมด แล้วถ้าตำรวจมันจะมาจับพี่นะ พี่ก็จะเอาเงินเผาครึ่งนึง เก็บไว้ครึ่งนึง แล้วโกหกว่าเผาทิ้งไปหมดแล้ว..."
    ไอ้บ้า ใครเค้าจะปล่อยมึงไปถึงขนาดนั้น เค้ายิงมึงตายตั้งกะก่อนปล้นแล้ว แต่อย่าทำไรกุนะขอร้อง ผมคิดในใจ...

    "รู้มั๊ย ซอยทางขวาเนี่ย คือบ้านของ กรม บางกรวย"
    ช่างแม่งเห๊อะะะ กูจะกลับบ้าน แต่อย่าทำไรกุนะขอร้อง ผมคิดในใจ...

    "ซ้ายมือเนี่ย ซอยบ้านพี่เอง ไปดูมั๊ย"
    !!! ผมเหลือบตามขึ้นไปดูบัตรประจำตัวคนขับด้านบน...
    นนทบุรี คือจังหวัดที่มันอาศัยอยุ่!!! มันจะพาผมไปบ้านเหรอ!!!...

    "พี่ว่าทางนี้มันอ้อมนะ ลองไปทางนี้ไม๊ พี่ว่าลัดกว่า"
    !!!ผมใจหายวูบ ในใจคิดว่าถ้ามึงออกนอกเส้นทาง กูโดดลงแน่ๆ
    ผมถ่างตาเช๊คเส้นทางรถตลอดเวลา ถึงแม้จะง่วงแค่ไหนก็หลับไม่ได้...
    บางคนอาจจะคิดว่า ทำไมผมถึงไม่ขอลง แต่ผมคิดว่า ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ควรปฏิเสธมัน!!!...

    ...แต่มันก็ขับไปทางปรกติครับ จะเอาอะไรกับคนบ้า พูดไปเรื่อย...

    รถเลี้ยวเข้ามาที่ซอยบ้านผม...
    "พี่มาส่งแถวนี้บ่อยๆ"
    จริงป่าววะเนี่ย ขออย่าให้เจอมึงอีรกเลยตลอดกาลปาวสาน...
    "แต่น้องระวังนะ พี่บอกอะไรให้อย่างนึง หมู่บ้านที่น้องอยุ่น่ะ เป็นหมู่บ้านคอมมิวนิสต์"
    "เหรอครับ พอดีผมเพิ่งมาอยุ่" ตอบไปอย่างงั้นแหละครับ ขี้เกียจไปต่อล้อต่อเถียงมัน

    มิเตอร์ขึ้นที่ 130 บาท ผมยื่นแบงค์ 100 ให้ไป สองใบ...

    "ไม่ทอนได้ไม๊"
    ผมอึ้งไปพักนึง คิดในใจอยุ่ว่า เอาไงกับมันดีวะ...
    "ทอนเท่านี้ละกัน" มันยื่นมาให้ 50 บาท
    "ไม่ได้ครับพี่" ผมทำใจดีสุ้เสือ ด้วยความงก ทั้งๆที่ก็เสียวๆอยู่
    "งั้นเอาไปเท่านี้" มันยื่นมาให้อีก 20 บาท
    ถึงตรงนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่า สมองมันไม่ปรกติจริงๆ มันไม่สามารถคำนวนได้ ว่าต้องทอนเท่าไหร่...
    ผมเก็บตังค์ที่มันทอนมา ถึงจะไม่ครบ แต่ก็พอแล้วไม่อยากยุ่งกับมันมาก...

    สิ่งเดียวที่ผมรุสึกเสียใจที่สุด ก็คือ ผมไม่ได้จำทะเบียนรถมา เพื่อแจ้งตำรวจ...
    ลองกลับมาคิดอีกที มันผ่านการสอบใบขับขี่มาได้ยังไงก็ไม่รุ้ อันตรายกับคนนั่งจริงๆ...

    ระวังไว้นะครับ กลับบ้านดึกๆ...
    SURF SAFE...
    ARCHITAXI...