ป่าน's profileCyber Space...BlogLists Tools Help

Blog


    December 29

    TAXI 02

    ตอนที่ 2 - "ชีวิตดั่งละคร"...
     
    เรื่องมันเริ่มต้นที่ซอยแถวบ้าน...
    ขออธิบายซักหน่อยกันงง คือว่าบ้านผมอยุ่แถวๆท่าน้ำนนท์ แต่อยุ่ฝั่งธน...
    ซึ่งบริเวณนั้น ไม่มีสะพานข้ามครับ ทำให้การเดินทางเข้าเมืองของผมนั้น...
    ถ้าไม่ข้ามเรือ ก็ต้องพึ่ง สะพานพระราม5 เท่านั้น...
    ซึ่งก็ต้องทะลุซอย วกวนอยุ่เหมือนกันครับ...
    ผมโบกรถแท๊กซี่เก่าๆคันหนึ่ง...
    เวลาตอนนั้น ประมาณสามทุ่มกว่าๆ...
    "ไปรถไฟฟ้า หมอชิตครับ"

    ผมนั่งลง ด้านหลังคนขับ ในใจคิดจะเอนกายปล่อยอารมณ์ซักหน่อย...
    "เครียดเลยครับ ผมวนอยุ่นานมาก หาทางออกไม่เจอ" คนขับพูดขึ้นมา...

    "ทางแถวนี้มันงงๆหน่อยนะพี่ ซอยมันเยอะ" ผมพูดแก้นอย
     
    ..... เงียบ .....
     
    "เมื่อกี๊พี่เครียดมากเลย ไม่ได้จอดรถถามใคร ขับวนไป สูบบุหรี่ไป"
    "ครับผม"
    "ขับออกไปไม่ได้ก็เครียด แต่ก็เครียดเรื่องเมียด้วยน่ะ คิดมาก ไม่มีสมาธิเลย หงุดหงิดมากเลยเมื่อกี๊..."
    เอาแล้วไง เจอแท๊กซี่ประเภทอยากเล่าเรื่องตัวเองแล้วไง...
    โอเคๆ ฟังก็ฟังๆ...
     
    [เปิดฉาก]
    เขาเป็นคนศรีษะเกศ...
    ในวันสิ้นปีอย่างนี้ วันที่ใครก็ต่างมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพ...
    กลับสู่บ้านเกิด หรือ ไปเที่ยวก็สุดแล้วแต่...
    แต่เขา จำเป็นจะต้องอยุ่กรุงเทพ...
    เวลาที่ใครๆถามเขา เขาจะหลีกเลี่ยงด้วยคำตอบที่คิดขึ้นมาหลอกตัวเองว่า...
    "ไม่อยากกลับ เพราะคนมันเยอะ วุ่นวาย..."
    เขารู้ดีว่าหลอกตัวเองอยู่ อันที่จริงเขาไม่ได้กลับบ้านเกิดมาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว...
    เหตุผลเดียวที่เขาไม่ได้กลับบ้าน นั่นคือ เขาไม่มีเงิน!!...
     
    เขาเคยแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้ง น่าเศร้าที่ภรรยาของเขา จบชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง...
    มันทำให้เขารู้สึกแย่ไปหลายปี จนกระทั่งเขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง พนักงานเสิร์ฟร้านอาหาร...
    ความสนิทสนมค่อยๆก่อตัวขึ้น จนเกิดเป็นความรัก แม้จะไม่ได้มีพิธีแต่งงานถูกต้อง เหมือนภรรยาคนก่อน...
    แต่เขากับเธอ ก็อยุ่กินด้วยกันมาเป็นเวลาสองปีแล้ว...
     
    เขารู้ดีว่า เธอเองก็มีข้อดีหลายๆอย่างในตัว อย่างน้อยก็ช่วยทำให้เขาหายเศร้าจากชีวิตแย่ๆนี้ไปได้...
    แต่ความผิดเพียงเรื่องเดียวของเธอนั้น มันกลับเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจของเขามาตลอด...
    เธอนึกจะหายตัวไปไหน เธอก็ไป โดยไม่บอกเขาซักคำ...
     
    เย็นวันหนึ่ง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน...
    เขากลับมาที่ห้องที่ว่างเปล่า นั่งรอเวลาเพื่อจะกินข้าวกับภรรยาของตัวเองจะกลับจากทำงาน...
    ... เวลาผ่านไปเท่าไหร่กันนะ เวลาที่เขาคอยอยู่ เขาเริ่มหงุดหงิดใจ...
    ตัดสินเดินออกไปตามที่ร้านอาหารแถวบ้าน ที่ภรรยาของเขาทำงานอยู่...
    "ออกไปตั้งนานแล้ว..." นั่นคือคำตอบที่ได้รับจากเพื่อนพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารนั้น...
    อารมณ์โกรธพุ่งถึงขีดสุด เขาเดินกลับบ้านทันที ระหว่างทางก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาเธอ...
    "ไปไหนน่ะ" เขาถาม
    "กลับบ้าน" เธอตอบ
    "กลับไปยังไง"
    "นั่งรถทัวร์"
    "แล้วไปกับใคร"
    "แฟนเก่า..."
    ...เขาตัวชา นิ่งไปพักหนึ่งก่อนที่จะตัดสายทิ้งไป...
     
    หลังจากวันนั้น ชีวิตของเขาก็เหมือนลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ไร้สติ ไร้กระจิตกระใจจะทำงาน...
    เขาตื่นขึ้นมาตอนกลางวัน กำลังจะออกไปกินข้าว จำได้ว่าเมื่อคืนได้เงินจากการขับรถรับจ้างมา 400 บาท...
    หาไม่เจอ !!!
    เขาจำได้เก็บไว้ที่ใต้เสื่อผืนที่นอนอยู่ แต่มันหายไปไหน เขาหงุดหงิดมาก อีกไม่นานก็จะต้องออกไปทำงานอีกครั้ง แต่เขายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย...
    เขาตัดสินใจโทรถามเพื่อนแท๊กซี่ด้วยกันว่าทำอย่างไรดี...
    เพื่อได้แต่ปลอบให้ใจเย็นๆ ค่อยๆหา...
    หาต่อไป จนถึงตอนเย็น เขาพบว่า เงินวางอยุ่ที่หัวนอนของเขาเอง!!!...
    เขาไม่มีสติพอที่จะไปทำงานได้อีกแล้ว...
     
    เย็นวันหนึ่ง เขานั่งอยู่ในห้องพัก บนโต๊ะมีเหล้าวางอยู่...
    เขากินเหล้าทุกวันติดต่อกัน ร่างกายทรุดโทรม แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนเรียกจากหน้าห้อง...
    "รุ้นะว่าอยุ่ข้างใน เปิดประตูให้หน่อย" เสียงภรรยาของเขา...
    เขาลุกไปเปิด เธอเดินเข้ามาในห้อง ถือถุงอาหารเข้ามาด้วย...
    "เหนื่อยจัง ขอไปอาบน้ำก่อนนะ ซื้อลาบมาน่ะ จะกินก็เปิดกินแล้วกัน..."
    เขาเดินไปหาเธอ กระชากตัวลงมากอดจูบ ทิ้งตัวลงบนพื้น...
    [พักซักครู่]
     
    มาถึงตรงนี้ผมเริ่มไม่อยากฟังแล้ว มีเหตุผลอะไรกันหว่า...
    ที่คนเราจะมาเล่าเรื่องบนเตียงของตัวเองให้ชาวบ้านฟังอย่างไม่มียางอาย...
    ผมเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง ทำทีว่าไม่สนใจ...
    แต่เฮียแกก็กระหน่ำบทรักของแกมาอย่างไม่ยั้ง...
    จนผมต้องชะโงกหน้าไปดูหน่อยดิ๊ ว่าเฮียแกอายุเยอะยังหว่า...
    โครตแก่ 555...
    ช่วยไม่ได้ครับ ยังไม่ถึง ยังไงผมก็คงต้องทนฟังต่อไป...
     
    [ต่อนะ ตัดตอนติดเรทออกไปบ้างแล้ว]
    ภรรยาของเขาหลับไปแล้ว...
    เขายังไม่หลับ อารมณ์ที่เกิดขึ้น มันมากกว่าความใคร่...
    มันมีทั้งความโกรธ ความสงสัย ความกดดัน ความเศร้า เกิดขึ้นพร้อมกัน...
    ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาลงมานั่งกินเหล้าต่อ...
    พูดขึ้นมา หวังว่าให้เธอได้ยิน...
    "ถ้าจะอยุ่ด้วยกันน่ะ ทีหลังอย่าไปไหนโดยไม่บอกอีกนะ"
    เขานั่งกินเหล้าคนเดียวต่อไปจนถึงเช้า...
     
    เขาตื่นขึ้นมาด้วยความรุ้สึกร้อน...
    หันไปมองนาฬิกา ประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า...
    ทำไมถึงร้อน เขากวาดสายตารอบห้อง...
    พัดลมเครื่องใหญ่ไม่อยู่แล้ว...
    เขาอยุ่คนเดียวในห้อง กำลังคิดในใจอยุ่ว่า สิ่งนั้นมันอาจจะเกิดขึ้นแล้ว!!!...
    เดินไปเปิดตุ้เสื้อผ้าดู ข้างในไม่มีชุดผู้หญิงเลยซักตัว ภรรยาของเขาหนีออกไปแล้ว!!!...
    ความเศร้ากลับเข้ามาหาเขาอีกครั้ง เขากดโทรศัพท์โทรไปหา...
    ระหว่างรอ จิตใจของเขากระวนกระวาย...
    ...............
    มีคนรับสายขึ้นมา "ฮัลโหล..."
    [...]
     
    "พี่ครับจอดตรงนี้แหละครับ" ผมบอกคนขับ และหยิบเงินให้ 110 บาท และเดินออกมาโดยไม่รับเงินทอน...
     
    SURF SAFE
    ARCHITRAX
    December 26

    คนเรามันต้องมีจินตนาการ !!!

    เพลงการ์ตูนเห่ยๆอย่างงี้ ในปี 2007 ปลายๆ ...
    เด็กมัธยมปลายซักคน คงสามารถสร้างมันขึ้นมาด้วยโปรแกรมอะไรซักอย่าง เพียงคนเดียว...
    และคงใช้เวลาไม่นานซักเท่าไหร่...
     
    แต่สำหรับสิบปีที่แล้ว มันเจ๋งมากเยยยย!!!!!...
    สีสวย!! คอมโพจ๊าบ!! เนื้อหาเข้ม!! ซึ้ง!!...
    ดูแล้วก็นึกสงสัย ว่าแรงผลักดันอะไรกันนะ ที่ทำให้มันเจ๋งได้ขนาดนี้!!!...
     
    ไปดูกันครับ มุซาชิ เจ้าหนูเคนโด้...
     
    http://www.youtube.com/watch?v=r4aWARkF9Zg :: เพลงเปิด ตอนเด็ก
    http://www.youtube.com/watch?v=gEyiJGaKvMI :: เพลงเปิด ตอนโต
     
    http://www.youtube.com/watch?v=jfvznFPk2zw :: เพลงจบ ตอนเด็ก
    http://www.youtube.com/watch?v=FE2oYVQNkeQ :: เพลงจบ ตอนโต
     
    อันที่จริงผมชอบการ์ตูนในยุคนี้มากๆเลย...
    รู้สึกว่าพลังของวัยรุ่นมันมีอยู่ในการ์ตูนจริงๆ เหอๆ...
     
    SURF SAFE
    ARCHITRAX
    December 21

    Grave accent

    ผมเปิดหน้า add blog ของ Windows Live...
    จะพิมพ์คำว่า "สวัสดีครับ"...
     
    "l;ylfu8iy["
     
    ผมอุทานในใจ "ศัด!!!"...
    ลบแล้วพิมพ์ใหม่...
     
    "l;ylfu8iy["
     
    ผมอุทานในใจ "ศัด!!!"...
    กดปุ่ม "~"
    ลบแล้วพิมพ์ใหม่...
     
    "l;ylfu8iy["
     
    ผมอุทานในใจ "ศัด อย่าเป็นอีกนะมึง"...
    กดปุ่ม "~"
    ลบแล้วพิมพ์ใหม่ด้วยความฉุนโครต...
     
    "l;ylfu8iy["
     
    ผมอุทานในใจ "เหี้ยไรวะ!!!"...
    กดปุ่ม "~"
    ลบแล้วพิมพ์ใหม่ แบบกระแทกแรงๆ...
     
    "l;ylfu8iy["
     
    ผมอุทานในใจ "เหี้ย !!! แม่งจะเป็นไปได้ไงวะ ขอกูดูหน่อยเหอะ !!!
    เว้นระยะแป๊บนึง แล้วค่อยกดปุ่ม "~" อย่างช้าๆ มองดูหน้าจอไปด้วย ว่าเปลี่ยนภาษาหรือยัง...
    ลบแล้วพิมพ์ใหม่ด้วยความหงุดหงิดอย่างเต็มที่...
     
    "สวัสดีครับ"
     
    ได้แล้วหนิ...
     
     
     
    .........................
     
    ผมเว้นบรรทัด จะพิมพ์ต่อไปว่า "ผมชื่อ..."
    แน่นอน ว่าผมเช๊คแล้วว่ามันเป็นภาษาอังกฤษอยู่...
    ผมไม่่ลืมที่จะกด "~" ก่อนหนึ่งครั้ง แล้วค่อยพิมพ์...
     
    "z,=njv"
     
    "ศัด !!!!!"
     
    .........................
     
     
     
    อยากจะเตะตูดไอ้คนเขียนโปรแกรมนี้ แรงๆซักที...
     
    // การ add ครั้งนี้พิมพ์ภาษาผิดไปแล้ว ประมาณ 48 ครั้ง ทั้งๆที่กด "~" ทุกครั้ง เนี่ยตอนนี้ยังเป็นอยู่เลย...
     
    ~
    December 16

    puppy love

    ตอนผมเรียนอยู่ชั้น ป.2...
    นอกจาก เกมส์เขี่ยไพ่ และ โดดยางแล้ว...
    ยังมีอีกเกมส์ ฮิตมากๆในหมู่เด็กประถม ในช่วงนั้น...
    นั่นก็คือ เกมส์ เป่ายิ๊งฉุบชิงเจ้า นั่นเอง...

    ..............
    ผมรู้จักเธอ ด้วยเกมส์นี้แหละครับ...
    ...............

    ช่วงพักกลางวัน ผมต่อคิวเพื่อที่จะเล่นเป่ายิ้งฉุบชิงเจ้า...
    เจ้าของเกมส์นี้ เก่งมากครับ มีทั้งพี่ ป.5 และ ป.6 มาต่อคิวเล่นด้วยคิวยาวเหยียด...
    แต่ก็ไม่มีใครสามารถล้มเจ้าเกมส์นี้ได้...
    คนต่อคิว เริ่มร่อยหรอลงไปทุกที ตามเวลาพักกลางวันที่เริ่มจะน้อยลงไปเรื่อยๆ...

    ยังเหลือแต่ผม และ พี่ผู้หญิง ป.4 คนนึ่ง ที่ไม่หวั่นเกรงต่อเวลา...
    ยังคงต่อคิวสู้อยุ่ เพื่อจะล้มแชมป์ให้ได้!!!
    เราร่วมมือยกันสุ้ แพ้ชนะ สลับกันไปเรื่อยๆ...

    แล้วมันก็สำเร็จครับ พี่ผู้หญิงคนนั้น เป็นคนชนะเกมส์เกมส์นี้...
    และได้เป็นเจ้าในตาถัดไป...

    "น้องชื่ออะไรน่ะ..."พี่สาวคนนั้นถาม
    "ป่านครับ" ผมตอบ
    "อยุ่ป.อะไรเนี่ย"
    "2/2 ครับ"
    "ป่าน มาเป็นรองเจ้าให้พี่หน่อย"
    (เหมือนว่าเป็นตำแหน่ง รองหัวหน้าอ่ะครับ ก่อนที่จะเข้าไปสุ้กับเจ้า ต้องผ่านผมก่อน คนเคยเล่นคงจะนึกออก)

    ไม่นานหลังจากนั้น เสียงสัญญาณหมดเวลาพักเที่ยงก็ดังขึ้น...
    ถึงเราเล่นกันอยุ่ได้เพียงไม่กี่ตา แต่ก็เป็นเกมส์ที่สนุกมากๆ...

    ช่วงเวลานั้น กิจกรรมนึงที่ค่อนข้างฮิตสำหรับคนที่พี่น้องเรียนโรงเรียนเดียวกัน...
    คือการไปรอรับน้องกลับบ้าน ที่หน้าห้องเรียนตอนเย็น...
    "ป.2/2 ใช่ไม๊ เดี๋ยวเย็นนี้ พี่ไปรับ..."

    ...............

    เย็นนั้น...
    ผมเก็บของใส่กล่องดินสอหลังเลิกเรียน กำลังจะเดินออกจากห้อง...
    แต่สังเกตุเห็นใครคนหนึ่ง ยืนอยุ่ที่ประตูห้อง...
    ใช่ครับ เธอคือพี่สาวคนเดิม มารับผมกลับบ้านจริงๆ...
    ผมเคยถามว่า ทำไมถึงมารับผมทุกเย็น...
    "พี่ไม่มี พี่น้อง... พี่แค่อยากจะมีน้องซักคน กลับบ้านด้วยกัน" นั่นคือคำตอบ...

    ถึงแม้ว่าตอนนั้น แม่ผม จะเป็นคนมารับผมกลับบ้าน...
    แต่พี่สาวคนนี้ก็เป็นคนพาผมเดินลงมาส่งข้างล่าง ทุกๆวัน...
    ซื้อขนมกินกัน  หรือช่วยดูการบ้านให้ ตามเรื่องตามราว...

    ...............
    ถึงมันจะเกิดขึ้นในตอนเด็กมากๆ แต่มันคือความรักแน่นอน...
    เป็นความรักที่บริสุทธิ์ โดยแท้จริง...
    ...............

    หลังจากสอบปลายภาค...
    ทุกคนดีใจมากที่จะได้ปิดเทอม...
    ผมไม่ได้เจอพี่สาวคนนั้นเป็นเดือน เนื่องจากไม่ได้ไปที่โรงเรียน...
    เกมส์... การ์ตูน... รายการทีวี... จักรยาน... ของเล่น... ไปเที่ยว...
    มีความทรงจำอีกหลายอย่าง ที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลานั้น...
    และเป็นธรรมดาที่มันอาจจะทำให้ความทรงจำอื่นๆ ค่อยๆเลือนหายไป...

    วันเวลาผ่านไป...
    ผมเปิดเทอม ขึ้น ป.3 ห้องเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ อาจาย์คนใหม่ มีแต่เรื่องใหม่ๆ น่าตื่นเต้นไปหมด...
    แต่ไม่มีพี่สาวคนนั้น มารับกลับบ้านเหมือนเคย...
    ในตอนนั้น ผมไม่ได้สนใจอะไรมาก ไม่ได้คิดจะไปตามหา...
    ความจริงผมแทบจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ...
    เรื่องราว และความประทับใจ ของพี่คนนั้น ค่อยๆเลือนหายไปจากความทรงจำของผม จนเกือบหมดสิ้น...
    ผมจำไม่ได้แม้กระทั่ง หน้าตา หรือ ชื่อของเธอ...

    ...............

    ถึงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ เวลานี้ ก็ยังคิดถึง และอยากเจอพี่คนนั้นอยุ่...
    อยากเข้าไปขอบคุณกับวันเวลาที่ดีครับ ถึงจะช่วงสั้นๆ แต่ก็ขอบคุณมากๆ...
    และถึงมันจะเกิดขึ้นในตอนเด็กมากๆ แต่มันคือความรักแน่นอนครับ...
    untitled

    LOVE
    ARCHITRAX

    December 10

    Gigabyte

    ทุกวันนี้ ผมใช้ internet ในการ Download หนังวันละ 1.2 Gigabyte ขึ้นไป...
    อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับยุค Digital อย่างทุกวันนี้...
     
    แต่ย้อนกลับไปเมื่อซัก สิบกว่าปีที่แล้วเห็นจะได้...
     
    ผมยังจำได้วันที่แม่ผม เล่าเรื่อง Harddisk รุ่นใหม่ ที่ที่ทำงานแม่เพิ่งเอามาใช้ ให้ผมฟัง...
     
    "Harddisk นั้นมีความจุตั้ง 1 Gigabyte!!!..." แม่ผมพูดเสียงตื่นเต้น...
     
    สำหรับผม ตอนนั้น image ของ Computer ในหัวของผม...
    คงจะเป็นไอ้เครื่องใหญ่ๆอะไรซักอย่าง ที่ตั้งอยู่ที่ฐานทัพขบวนการ JETMAN ล่ะมั๊ง...
     
    "นี่รู้หรือปล่าว ว่าปรกติน่ะ เครื่องที่ทำงานจะใช้เป็นหน่วย Megabyte...
    แต่นี่เป็น Gigabyte แล้วนะ หน่วยใหญ่ Megabyte หนึ่งพันเท่า!!!...
    คราวนี้ทำงานได้ง่ายกว่าเดิมมาก..." แม่ยังพูดต่อ...
     
    เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากครับ สำหรับยุคที่ Internet ยังเป็นเรื่องขี้โม้ ของนิยายวิทยาศาสตร์...
    ผมฟังแล้วก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย ที่วงการ PC ในโลกตอนนี้...
    สามารถเก็บข้อมูลได้ถึง หนึ่ง Gigabyte แล้ว...
    ผมเอาเรื่องนี้ไปเล่าที่โรงเรียน ด้วยความเท่...
     
    ....................... สิบกว่าปีให้หลัง .......................
     
    หลังจากกด Download หนังไปสามเรื่อง...
    ผมหันกลับมามอง Thumbdrive โง่ๆของผม...
    ที่เอาไปวางไว้ตามโรงอาหารที่ไหนก็คงไม่มีใครเหลียวแลจะขโมย...
     
    ถึงมันจะจุได้ 1.0 gigabyte ก็เหอะ...
    (ความจริงประมาณ 900 mb กว่าๆ ด้วยซ้ำ...)
     
    ARCHITRAX
    SURF SAFE
    December 06

    ตาย ภาค2

    สองอาทิตย์ที่ผ่านมา...
    ทุกๆวัน...
    ไม่นับวันที่ผมหลับไปเพราะฤทธิ์สุรา

    ก่อนที่ผมจะหลับ...
    ก่อนที่สติจะเลือนลางลง...
    มีความคิดวูบหนึ่ง แล่นเข้ามาในหัว...

    ....................................................................
    "ซักวันหนึ่งเราจะต้องตาย"
    ....................................................................

    ผมสะดุ้งตัวขึ้นมาทันที...
    ใจสั่นด้วยความกลัว...

    กลัวความตาย...

    มันเข้ามาหลอกหลอนผมทุกวัน...
    บางทีก็นึกโทษสิ่งที่ประกอบเราเป็นเราขึ้นมา...
    ว่าเหตุใดจึงให้สติปัญญา ให้วิญญาณ และให้ตัวตนแก่เรา...
    ทำให้เรารัก อาลัย อาวรณ์ สิ่งนั้น สิ่งนี้...

    แล้ววันนึงก็พรากเราไปจากทุกสิ่ง ตลอดกาล...

    ผมหมดหนทาง ที่จะหาวิธีคลายความกลัวนี้ และมันคงจะอยู่กับผม ตลอดไป...
    ตาผมจ้องมองเพดาน แต่สติแตกกระเจิง...

    ....................................................................

    ผมข่มตาหลับ นอนรอความตายต่อไป อย่างสิ้นหวัง...