ป่าน's profileCyber Space...BlogLists Tools Help

Blog


    April 19

    ความลับของ iGoogle

    ชั่วโมงนี้ เวลานี้... คงไม่มีใคร ที่ไม่รุ้จักเว็บ Google...
    (ผมพูดเวอร์ไป เพราะยังมีอีกหลายคนเหมือนกัน ที่ยังไม่รุจักเว็บ Google)...
     
    แล้ว iGoogle ล่ะ คุณลองใช้หรือยัง...
    ถ้ายังเชิญตามนี้ครับ >>> http://www.google.co.th/ig?hl=th
     
    ที่จริง มันก็คือ Google อันเดิมแหละครับ...
    ที่มีแถบเมนูเจ๋งๆข้างล่าง ที่เราสามารถเพิ่ม/ลด ปรับตำแหน่ง ได้เอง...
     
    เมื่อตะกี๊ ผมเพิ่งเข้าเว็บ iGoogle แล้วสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...
     
    นั่นคือ ปรกติ เวลามีเทศกาลสำคัญอะไร Google มักจะเปลี่ยนโลโก้ของบริษัท ให้เข้ากับเทศกาลนั้นๆ...
    เช่น สรงกานต์ // คริสมาส // วันกิดคนสำคัญ // วันสำคัญ ฯลฯ...
    ซึ่งก็มีคนแอบติดตามอยุ่มานาน และคอยตาม Save โลโก้ของ Google มาตลอด...
     
    แต่ใน iGoogle ไม่เคยมีการเปลี่ยนสัญลักษณ์อะไรเลย...
    ผมนึกสงสัยว่าทำไม และลอง Save โลโก้ของ iGoogle ลงมาดุในเครื่อง...
    ผลปรากฏว่า แทนที่จะได้รูปโลโก้ของ iGoogle เปล่าๆ ตามที่เห็นในเว็บ...
    ผมกลับได้รูปนี้มาครับ...





    งงไปเยย...
    ไอ้สัญลักษณ์ต่างๆ ที่โผล่มาทางซ้ายนี่มันมาจากไหนเนี่ย???...
    คิดแบบเดา ก็คือ นี่คงเป็นการประหยัดทรัพยากร ในการเปิดเว็บ...

    นั่นคือ เว็บนี้จะมีรูปเก็บเอาไว้แค่รูปเดียว ก็คือรูปนี้...
    แต่ว่าการนำสัญลักษณ์ต่างๆ สีฟ้าๆบนนั้นไปใช้ในตำแหน่งอื่นนั้น...
    ก็คงใช้การ Reference พิกัดจากรูปนี้เอา แล้วเอาไปวางตามตำแหน่งที่ต้องการ...
    นั่นแปลว่า การโหลดเว็บนี้ ที่มีรูปสัญลักษณ์ต่างๆ โผล่มายุ่บยับที่เมนูด้านล่าง...
    ใช้เวลาแค่การโหลดภาพนี้ภาพเดียว (ประมาณ 5 KB)...

    ร้ายจริงๆ...

    iarchitrax

    April 15

    ฝันร้าย 02


    ผมเข้ามาอยุ่ในสวนสนุกแห่งหนึ่ง...

    ผมเล่นเครื่องเล่นอยุ่กับเพื่อน 4 - 5 คน ตั้งแต่ตอนกลางวัน
    สนุกมากๆ... แต่พอรุ้สึกตัวอีกที...
    ตอนนี้ก็ไม่มีใครอยุ่ที่นี่แล้ว แม้แต่คนเดียว!!!!...

    บรรยากาศเป็นช่วงเวลาเย็น ใกล้มืด...
    ท้องฟ้าเป็นสีเทาๆ...
    สถานที่เป็น Space ขนาดใหญ่ มีเครื่องเล่นวางไว้อยุ่ห่างๆกัน...
    บางเครื่องก็ถูกปิดไฟไปแล้ว และบางเครื่องก็ยังเหมือนว่าจะเปิดใช้งานอยู่...
    ผมพยายามองหาคนรุ้จัก คนที่มาเที่ยว หรือแม้กระทั่งยาม...

    ไม่เจอใครซักคนจริงๆ...

    ผมเดินต่อไปตามทาง หวังเพียงแต่จะถามใครซักคนว่าทำไมถึงไม่มีใครอยุ่ที่นี่เลย...
    ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ...

    เบื้องหน้าผมเป็นอาคาร 2-3 ชั้น เป็นอาคารปิดทึบ ไม่มีช่องเปิด...
    ผมมองเข้าไปด้านหลัง ที่ดุเหมือนจะมีประตูเหล็กลื่นขึ้นค้างเอาไว้...
    มองเห็นด้านใน เป็นห้องโล่ง ขนาดใหญ่ มีฝ้าสูง...
    พื้นที่ภายในถูกทิ้งร้างเอาไว้ มืดสนิท...
    ดูเหมือนว่ามันเคยถุกใช้งานเป็นอะไรซักอย่างมาก่อน...

    ผมเดินเข้าไปทางเข้า ซึ่งเป็นประตูบานเล็กๆ ด้านหน้า...
    บรรยากาศคล้ายกับเป็นพิพิธภัณฑ์...
    มีช่องซื้อตั๋ว แต่ไม่มีคน... ด้วยเหตุใดไม่ทราบ ผมจึงตัดสินใจเดินเข้าไป...
    เดินผ่านโถงต้องรับขนาดเล็ก เดินผ่านประตูเข้าไปยังส่วนพิพิธภัณฑ์...

    ภายในนั้น มืดสนิท มีตู้ปลาเลี้ยงสัตว์ทะเลอยุ่ที่ผนัง...
    ผมเดินตามทางต่อไป จากไฟสลัวๆที่ส่องออกมาจากตุ้ปลา...
    ปลาที่จัดแสดงอยุ่นั้น มีรูปร่าง และ สีสันที่ประหลาด...
    ส่วนใหญ่รูปร่างยาว และ มีสีฟ้า...

    ผมผ่านห้องแสดงส่วนแรกออกมา เข้าสุ่อีกห้อง...
    บรรยากาศน่ากลัวกว่าเดิม ผมรุ้สึกอึดอัด และเหมือนถูกกดดันด้วยอะไรบางอย่าง...
    ห้องนี้เป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ไม่มีทางเดินต่อไป...
    ผมยืนตัวสั่น มองไปรอบๆห้อง...
    ห้องนี้เต็มไปด้วยโครงกระดูกของปลาขนาดใหญ่ และ สัตว์ทะเลสตาฟ จำนวนมาก...
    ส่วนใหญ่เป็นปลาที่ดุคล้ายปลาฉลาม มีทั้งตัวขนาดสั้น และ ยาวมากๆ ในปากมีฟันแหลมคม...

    ผมอยากออกไปจากห้องนี้ แต่มันมืดมาก...
    ผมหาทางออกไม่เจอ ทั้งๆที่ห้องเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ...

    การแสดงในพิพิธภัณฑ์ยังไม่จบ...
    ผมสังเกตุเห็นว่า มีเครื่องฉายภาพ3มิติ ฉายปลาขนาดเท่าจริง...
    ว่ายวนอยู่รอบๆตัวผม และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ...
    ผมกลัว... ไม่อยากอยุ่ในบรรยากาศแบบนี้แล้ว!!!...
    พยายามมองไปรอบๆ เพื่อหาทางออก!!!...

    และสะดุ้งตื่น!!!...

    architrax
    surf safe

    April 09

    จะตลก ไม่ใช่ง่ายๆ


    ผมเองก็ไม่ได้ว่าจะเป็นปรมจารย์ เรื่องตลกอะไรหรอกนะครับ...
    อันที่จริง ถ้าใครที่เคยคุยกับผม จะรุ้ว่า ปรกติผมจะไม่คุยตลกเสียเท่าไหร่...
     
    ถ้าคุณไม่สนิทกับผม แต่มีเหตุจำเป็นต้องคุยกัน ระหว่างคุยคุณอาจจะนอยได้...
    เพราะผมเป็นคนไม่ตลกเอาซะเลย คิดมุขอะไรเฉพาะหน้าไม่ออกเลยล่ะครับ...
    เรียกว่าหมดเรื่องคุยเอาได้อย่างง่ายๆ (ทั้ง MSN และ การพูดจริงๆ)...
     
    คนอื่นๆ มักจะคาดหวังความตลกจากผม...
    อาจจะเป็นเพราะ คุณได้เห็น ผมเล่นตลกในที่ Public...
    และ อยุ่ในสถานการณ์ที่เอาตัวรอดด้วยเรื่องอื่นไม่ได้ มากกว่าครับ...
     
    พี่สรวิศ ปี67 เป็นพี่ที่ Office ที่ผมทำงานอยู่...
    เคยบอกว่า ตัวผม ผิดไปจากการรับรู้ของพี่เค้ามาก...
    เนื่องจากเพื่อนๆของเค้า ที่เป็นคนตลก ก็มีสาวๆมาติดกันงอมแงม หญิงอย่างเยอะ...
     
    ...ทำไมผมไม่เป็นงั้น...
     
    อยากจะบอกว่า จริงๆพี่เข้าใจถูกแล้วครับ 555 ผมไม่ได้เป็นคนตลกจริงๆครับ...
     
    จบเรื่องของผมไว้เพียงเท่านี้...
     
    วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ การเล่นตลกครับ...
    โดยความเห็นของผมเอง หนึ่งในหลักการเรื่องความตลกแบบเบสิคสุดๆ นั้นคือ...
     
    "ความตลก จะเกิดได้ต่อเมื่อ คุณได้รับรุ้ในสิ่งที่คาดไม่ถึง..."
     
    เพื่อความเข้าใจ จะขออธิบายด้วย Diagram ครับ...
     
    มีเลขอนุกรม ชุดหนึ่ง เริ่มต้นที่...
    1 > 2 > 3 > 4 > 5...
    แน่นอนว่า คุณเห็นลำดับการเติบโตของมัน เพิ่มทีละหนึ่ง...
    ตัวเลขถัดไป มันควรจะเป็นเลข 6 ตามการรับรู้แบบเบสิค...
     
    แต่ถ้าเกิดมันกลายเป็น...
    1 > 2 > 3 > 4 > 5 > 1000000000
    ชะ ชะ ชะ เห็นอย่างงี้ นักคณิตศาสตร์ อาจจะลงไปนอนขำกลิ้งได้...
    ที่อยุ่ดีๆ 5 แล้วกระโดดเป็น 1000000000 (พันล้าน) ได้ยังไง

    ต่อไปจะลองยกตัวอย่างจากบทสนทนาดุครับ...
    (อย่าไปคาดหวังว่ามันจะขำจริงๆนะครับ...)
     
    ตัวอย่างที่ 1
    นาย ก. : เมื่อเช้าแม่ง กุสั่ง "ข้าวผัดกุ้ง"...
    นาย ก : แม่ง เสือกได้ "ข้าวผัดผักบุ้ง" ว่ะ...
    นาย ข : ก๊ากๆๆๆๆๆ ขำฉิบหาย...
     
    อันนี้คือการเล่นตลก กับสิ่งที่คาดไม่ถึง แบบเบสิคสุดๆครับ...
    ตามการรับรุ้ของคนปรกติ นาย ข อาจจะได้ยินประโยคแรก แล้วคิดในใจว่า...
    "อย่างมาก มึงก็คงได้ผัดกระเพราะล่ะวะ..."
    แต่พอเจอ คำตอบที่กลายเป็น ข้าวผัดผักบุ้ง ไปแทน ก็เลยฮาก๊ากออกมา...
    นับว่าเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น...
     
    อย่างที่ผมบอกไปครับ ว่ายิ่งผิดกับความคาดหวังมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลต่อความตลกเท่านั้น...
    แต่จากตัวอย่างที่ 1 สังเกตุได้ว่า นาย ก. ชงเอง เล่นเอง ในจังหวะเดียว...
    เพราะฉะนั้น ถ้าจังหวะการพูดไม่เทพจริงๆ นาย ข. อาจจะเจื่อนได้...
    (โดยเฉพาะน้ำเสียง และ หน้าตาตอนคำว่า "แม่งเสือกได้" สำคัญมาก...)
     
    เพราะฉะนั้นจึงมีคนหัวใส คิดวิธีพลิกแพลงมุขแบบเบสิคๆนี้ ให้ดูน่าสนใจขึ้นครับ มาดู Diagram ก่อน...
     
    1 > 2 > 3 > 4 > 5 > ให้ทายว่า ต่อไปเลขอะไร > 6 เหรอ > 1000000000
     
    สิ่งที่เพิ่มมาก็คือ การกระตุ้นให้ผู้ฟัง คล้อยตามกับตัวเลขลำดับถัดไป ด้วยการถามนำ...
    แล้วก็จับหักหลังในตอนจบ (ประมาณว่า "มึงพูดออกมาเองนะ แปลว่ามึงเชื่ออย่างงั้นนะ")...
     
    ตัวอย่างที่ 2
    นาย ก. : เมื่อเช้าแม่ง กุสั่ง "ข้าวผัดกุ้ง"...
    นาย ก : มึงว่า ปรกติกูควรจะได้อะไร...

    นาย ข : ก็ต้องเป็น "ข้าวผัดกุ้ง" ตามที่มึงสั่งสิวะ...
    นาย ก : เออ ใช่มะ... ไอ้เหี้ย แต่นี่แม่งทำ "ข้าวผัดผักบุ้ง" มาให้กูว่ะ...
    นาย ข : ก๊ากๆๆๆๆๆ ขำฉิบหาย...
     
    สร้างสรรค์ใช้ได้ครับ กับมุขแบบนี้...
    แต่มุขแบบนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน นั่นคือ เราไม่สามารถควบคุม นาย ข ให้เป็นไปตามต้องการได้...

    เช่น...
     
    ถ้า นาย ข เกิดเป็นคนหัวเฉื่อย อาจจะตอบว่า "ไม่รู้ว่ะ" อันนี้ก็โอเค คุณยังตบมุขเดิมได้...
     
    หรือ ถ้า นาย ข เกิดเป็นคนหัวไว แต่ไม่ตลก อาจจะตอบว่า "แม่งทำข้าวผัดกระเพรามาให้ป่าววะ เมื่อเช้ากูก็โดน เหี้ย...กุว่าจะไปบอก อาจารย์เลอสมว่ะ ไปเป็นเพื่อนกุหน่อยดิ..."
    <นอกจากจะไม่เปิดโอกาสให้เล่นมุขแล้ว ยังโดนเฉไฉไปเรื่องอื่นด้วย วกเข้ามาตบอีกทียากมาก>
    อันนี้ก็อาจจะทำให้จังหวะเสียได้ คุณช้าไปเสี้ยววินาทีเดียว มุขที่เตรียมไว้เล่น อาจจะกลายเป็นแค่ประโยคบอกเล่า...
     
    หรือ ถ้า นาย ข เกิดเป็นคนหัวไวมาก+ตลกด้วย อาจจะเล่นมุขสวนขึ้นมา พร้อมฮาตบมุขด้วย ว่า...
    "ข้าวผัดผักบุ้งเหรอวะ 555555 ก๊าก..." เจออย่างงี้ คุณก็จะตกที่นั่งลำบากทันที...
     
    และเช่นกัน คนที่ตบมุขจังหวะสุดท้ายได้ ก็ต้องจังหวะเทพครับ สุ่มสี่สุ่มห้าตบไม่ได้...
    หาก นาย ก พูดช้า หรือเสียจังหวะไปหนึ่งดอก กลายเป็น...
    "เออ กูก็ว่างั้น............<เว้นนานไป>............. แต่แม่งทำ.............. เอ่อ.........<ตะกุกตะกัก และ แอบสบตา นาย ข หนึ่งดอก>........ทำข้าวผัดผักบุ้ง มาให้กูว่ะ..."
    มุขนี้ก็จะกลายเป็นประโยคบอกเล่า นอยๆ ได้ครับ...
     
    เพราะฉะนั้น จึงมีคนคิดวิธีถัดไป เพื่อแก้ปัญหานี้ครับ...
    (วิธีนี้ผมนิยมใช้ เพราะชัวร์ดีครับ อย่างน้อยก็ได้ "แหะๆ ขำว่ะ..." มาล่ะ)
     
    diagram ครับ...

    1 > 2 > 3 > 4 > 5 > "ต่อไปต้องเป็น 6 นะ""ต่อไปต้องเป็น 6 นะ" "ต่อไปต้องเป็น 6 นะ" > 1000000000

    ดูตัวอย่างกันครับ...
     
    ตัวอย่างที่ 3
    นาย ก. : เมื่อเช้าแม่ง กุสั่ง "ข้าวผัดกุ้ง"...
    นาย ข : แล้วไงต่อ...
    นาย ก : กูก็เออ กะว่าจะได้กินข้าวอุ่นๆ ตอนเช้าๆ...
    นาย ก : นึกในใจตลอดเลย ว่าสบายชัวร์ เช้านี้...
    นาย ข : เออ...
    นาย ก : ตอนรอ กูแม่ง สั่งโค๊กมารอเลย กินชิลๆ อารมณ์ดีเหี้ยๆ...
    นาย ก : ซักพัก กูมองไปที่จาน!! ทำไมรูปร่างมันแปลกๆวะ
    ...
    นาย ข : ทำไมวะ
    นาย ก : ไอ้เหี้ย... "ข้าวผัดผักบุ้ง" นี่หว่า...
    นาย ข : ก๊ากๆๆๆๆๆ ขำฉิบหาย...
     
    ตัวอย่างที่ 3  ต่างกับ ตัวอย่างที่ 2 ตรงที่มันสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของ ตัวอย่างที่ 2 ได้...
    นั่นคือ ไม่เปิดโอกาสให้ นาย ข ออกความเห็นอะไรเลย นอกจากเห็นด้วย...
    เนื่องจากเราเป็นคนคุมเกมส์อย่างสมบูรณ์...
     
    หน้าที่ของเราก็คือ จะต้องพยายามบิ๊ว นาย ข ให้คล้อยตาม...
    ถึงขั้นว่า ให้เห็นภาพชัดเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี...
    นาย ข ที่คล้อยตามสถานการณ์นั้นเหมือนตัวเองเจอมาจริงๆ...
    บวกกับ ต้องอดกลั้นความฮาเอาไว้ เนื่องจากรู้ตัวอยู่แล้วว่า ตอนสุดท้ายจะต้องมีฮาหนักๆ แหง จากการปูแบบตั้งใจของเรา...
    ในจังหวะสุดท้ายนี่ล่ะ เป็นโอกาสที่เราจะตบมุขแรงๆให้หัวทิ่ม ลงไปนอนขำก๊ากได้สบาย...
     
    มุขนี้มักได้ความฮามากกว่าปรกติ แต่ว่า อัตราความขำ จะแปรผันตามความสามารถในการบิ๊ว...
    ยิ่งบิ๊วนาน อธิบายละเอียดมากๆ เห็นภาพชัดๆ ก็จะยิ่งฮา...
    แต่การบิ๊วนั้น ก็มีความเสี่ยงครับ ถ้าบิ๊วนานเกินไป จะทำให้ผู้ฟังเบื่อ จนถึง "จุดคราก"...
    กราฟจะตกลงอย่างรวดเร็วทันที...
    เพราะฉะนั้น เราจึงควรเล่นมุขแบบนี้แต่พองามครับ ไม่จำเป็นต้องตบให้ฮาเต็ม max...
    เอาให้ปริ่มๆ แต่ตบลงแรงๆ ใช้จังหวะ สีหน้า และ น้ำเสียงเข้าช่วยด้วยอีกแรง...
     
    ใครมีคำแนะนำเพิ่มเติม โปรดทิ้งข้อความไว้ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ...
     
    architrax
    surf safe
    April 06

    โดเรม่อน ม่อน ม่อน

    โดเรม่อน ม่อน ม่อน...
    โดเรมี่ มี่ มี่...
    ชิตซูกะ โนบิตะ...
    ใครชนะ ได้เป็นใจแอนท์!!!...
     
     
     
    .......................
     
     
     
    เพลงสมัยเด็กๆ ที่เราเคยร้องกันเพลงนี้...
    สามารถอธิบาย เรื่องสถานะของ การ์ตูนในสังคมไทย ได้ดีทีเดียว...
     
     
     
     
     
    "จะไปเรื่องมากทำไม ก็แค่จับตัวการ์ตุนมายัดๆลงไป เดี๋ยวเด็กมันก็ชอบเองแหละ..."
     
     
     
     
     
    ถ้าเคยดูการ์ตูนเรื่องนี้มา อย่างน้อย 1 ครั้ง ดูจนจบตอน ด้วยความใส่ใจพอประมาณ...
    ใครมันจะอยากเป็น ไจแอนท์ ครับ ถามจริงๆ???...
     
    การ์ตูน ก็ยังคงเป็นแค่ของหลอกเด็กต่อไป...
    ในบ้านนี้ เมืองนี้...
     
    architrax
    surf safe
    April 03

    วิธีการกินแยมโรลที่ถูกต้อง...


    สิ่งนี้คือแยมโรล (ถึงจะเหมือนขี้ แต่ขอให้นึกว่ามันคือแยมโรลรสช๊อคโกแล็ต)


    จากการวิเคราะห์ลักษณะภายนอก...
    ดูก็รู้ว่าคนที่ออกแบบ ตั้งใจจะให้เราสามารถกินเนื้อครีม(สีขาว) และ เนื้อฟูๆ(สีน้ำตาล) ไปได้พร้อมๆกัน...
    ไม่งั้น คงไม่ออกแบบให้มันขดๆ ม้วนๆ ปนเป complete กันภายในชิ้นเดียว...
     
    แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ทุกครั้งที่เรากินมัน เราจะกัดมันลงไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า...
    ทีละคำ ทีละคำ...
    คำแรก คุณก็จะกัดโดนเนื้อฟูๆ สีน้ำตาลอย่างเดียว ไม่โดนครีม..

    คำถัดมา คุณก็จะกัดโดนเนื้อครีมสีขาว เยอะมาก...
    มากจนรุ้สึกเลี่ยน เพราะอัตราส่วนครีม เทียบกับ เนื้อฟูๆสีน้ำตาลแล้ว ครีมจะมากเกินไป...
    และสุดท้าย คุณก็จะกินจนส่วนที่เป็นครีมหมดไป ต้องกลับไปกินแต่เนื้อฟูๆอย่างเดียว กรอยๆ อีกรอบ...

    แสดงว่าการกินของคนทั้งประเทศไทยที่ผ่านมา ขัดต่อความตั้งใจของผุ้ออกแบบน่ะสิ!!
    แล้วอย่างงี้ จะได้รสชาติความอร่อยสุดยอด ตามที่เค้าออกแบบมาได้ไง...
    ถ้าเปรียบกับตึก ก็เหมือนตึกที่ออกแบบห้องมาเป็นอย่างดี แต่สุดท้าย ผู้ใช้ดันเอาไปทำห้องเก็บของ ซะอย่างงั้น...

    เป็นความโชคดีของคุณแล้ว ที่ได้เข้ามาอ่านบล๊อคนี้ครับ...
    ผมขอเสนอการกินวิธีใหม่ ที่คุณจะสามารถรับรุ้รสชาติ และความตั้งใจของผู้ออกแบบได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย...

    ขั้นแรก เอาแยมโรลรสสตอเบอร์รี่ ที่ม้วนๆอยู่ มาคลี่ออกตามภาพ
     
    คลี่ออกมาจนเป็นเส้นยาวๆ...










     

    แล้วก็แด๊ก ไปตามแนวเส้นเล้ย!!!!!...
    คราวนี้ ครีม กับ เนื้อฟู เข้าปากพร้อมกันทุกคำแน่นอน!!!...



    architrax
    surf safe