| ป่าน's profileCyber Space...BlogLists | Help |
|
October 07 TAXI 01ผมเป็นคนนึงที่มีโอกาส ได้ใช้บริการรถTAXI บ่อยมากๆ เหมือนกับการรุ้จักคนแหละครับ... ผมขอนำเสนอเรื่องเล่าเกี่ยวกับ TAXI สุดหรรษา มากมายหลายประเภท... ===================================================================================== มันเป็นคืนวันศุกร์ครับ... รถ TAXI คันนึง เข้ามาจอดเทียบ ผมบอกที่หมายไป "ไปท่าน้ำนนท์ เข้าทางซอยบางกรวยครับ..." โอเค... ไม่เป็นไร คันใหม่ก็ได้... ผมนึกในใจ... อารายหว่า... ผมนึกในใจอีกครั้ง... "เมื่อกี๊พี่ไม่ไป เพราะขี้เกียจเข้าไปในซอย แต่พอดีนึกได้ว่าจะไปรับลูกแถวนั้น"... "น้องรุ้มั๊ย รถขนจดหมายพวกนี้น่ะ เครื่องเม่งโครตนิ่มเลย" ... บรรยากาศนิ่งไปซักพัก ... "น้องเชื่อไม๊ ว่ามันนิ่มจริงๆ ดูสิพี่เปิดให้ฟัง"คนขับ พูดพลางงเลื่อนกระจกฝั่งผมลง เพื่อให้ได้ยินเสียงรถคันข้างๆ... "น้องรู้ไม๊ ว่าพี่น่ะ... รุ้จักหมดเลยนะ พวกที่คุมทั้งกรุงเทพน่ะ..." ...ไม่ๆ... ผมต้องได้ยินมันผิดไป... "น้องไม่เชื่อใช่มั๊ย โอเค งั้นน้องดุนี่..." คนขับทำท่าควักอะไรออกมา ผมชักจะระแวง... N C O... อืม.. ไม่ใช่ NGO นี่นา อะไรกัน สับสนไปหมดแล้ว อธิบายหน่อย... "เออ ไม่ใช่ NGO นี่หว่า เออ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน" "งั้นดูนี่" พูดพลางควักหมวกออกมา 1 ใบ... "น้องรุ้มั๊ย ว่าหน่วยงานที่พี่อยุ่น่ะ ทำหน้าที่ บลา บลา บลา" "เมียพี่อ่ะนะ... เป็นหม่อมอยุ่ 5 ประเทศ มี พม่า จีน ฮ่องกง สิงคโปร เวียดนาม" "น้องรุ้มั๊ย ว่ารถตำรวจที่เห้นๆกันอยุ๋เนี่ย ไม่ได้ของสำนักงานตำรวจหรอกนะ แต่เช่ามาจากอู่เดียวกับพี่" มาถึงจุดจุดนี้ ประเด็นเรื่องเป็นแค่ TAXI ขี้อวด เห็นที่จะต้องตัดทิ้งแล้วล่ะครับ... "น้องรุ้มั๊ย พี่จะไปปล้นธนาคาร" จะทำยังไงดีนะ ถ้าต้องอยู่สภาพเมานิดๆ... "รุ้มั๊ยพี่จะทำไง พี่จะไม่สนใจกล้องเลย พี่จะบุกแม่งเข้าไปเลย" "แล้วพี่ก็จะเอาเงินแม่งมาให้หมด แล้วถ้าตำรวจมันจะมาจับพี่นะ พี่ก็จะเอาเงินเผาครึ่งนึง เก็บไว้ครึ่งนึง แล้วโกหกว่าเผาทิ้งไปหมดแล้ว..." "รู้มั๊ย ซอยทางขวาเนี่ย คือบ้านของ กรม บางกรวย" "ซ้ายมือเนี่ย ซอยบ้านพี่เอง ไปดูมั๊ย" "พี่ว่าทางนี้มันอ้อมนะ ลองไปทางนี้ไม๊ พี่ว่าลัดกว่า" ...แต่มันก็ขับไปทางปรกติครับ จะเอาอะไรกับคนบ้า พูดไปเรื่อย... รถเลี้ยวเข้ามาที่ซอยบ้านผม... มิเตอร์ขึ้นที่ 130 บาท ผมยื่นแบงค์ 100 ให้ไป สองใบ... "ไม่ทอนได้ไม๊" สิ่งเดียวที่ผมรุสึกเสียใจที่สุด ก็คือ ผมไม่ได้จำทะเบียนรถมา เพื่อแจ้งตำรวจ... ระวังไว้นะครับ กลับบ้านดึกๆ... September 18 ถ้าคุณคิดว่าวันนี้เป็นวันที่แย่แล้ว ลองฟังเรื่องนี้ดู...ถ้าคุณคิดว่าวันนี้เป็นวันที่แย่แล้ว ลองฟังเรื่องนี้ดู...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งต้องส่งงานอาจารย์ตอนเช้า...
เค้าตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 7 โมง เผื่อเวลาเดินทางไว้เรียบร้อย... ส่วนงานการก็ทำเสร็จสมบูรณ์มาตั้งแต่เมื่อคืน... สิ้นเสียงนาฬิกาปลุก เค้าเดินไปอาบน้ำ และรีบกลับมาแต่งตัว เพื่อเตรียมออกไปส่งงานให้ทัน ตอน 9 โมง... เค้าเดินขึ้นไปบนรถประจำทาง และกะว่าจะนอนหลับซักงีบเอาแรง จนถึงที่คณะ... ฟังดูแล้วก็คงไม่น่าจะมีอะไรผิดปรกติแล้วล่ะมั๊ง...
ยกเว้นแต่ว่า... เค้าตื่นขึ้นมา งัวเงียๆ ภาพที่เห็นคือ คนแน่นเอี้ยดเต็มรถ...
ในตัวรู้สึกร้อน คอแห้งผาก ไม่รุ้เพราะเพิ่งตื่นนอน หรือ อากาศห่วย... หันไปดูนอกหน้าต่าง พบกับวิว ทิวทัศน์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน... ที่นี่มันที่ไหนกันนะ???... เค้าค่อยๆลำดับเรื่องใหม่ ตั้งแต่ก่อนจะหลับไป... เหี้ย!!! กูนั่งรถผิดนี่หว่า!!!...
วิวทิวทัศน์ เต็มไปด้วยตึกแถวใน Scale ที่ดูก็รุ้ว่าอยุ่ชานเมือง...
ตึกวางสลับอยุ่กับที่โล่ง ทิ้งร้าง มีหญ้าขึ้นมากมายเป็นระยะๆ... ตอนแรกเค้าคิดจะวิ่งลงจากรถบัดเดี๋ยวนั้น แต่ด้วยความที่ต้องรักษาฟอร์ม... จึงต้องค่อยๆนวยนารถ เดินลงมาจากรถ โดยปล่อยให้รถวิ่งผ่านป้ายรถเมลล์ไป 2 ป้ายก่อน... ในจังหวะนั้น เป็นใครก็คงต้อง taxi อาจจะพอแก้ไขสถานการณ์ทัน... 8 โมงแล้ว แท๊กซี่รีบบึ่ง มุ่งหน้าไปยังที่คณะทันที "อืมมม... ถึงจะซวย แต่อย่างน้อยงานกูก็เสร็จล่ะวะ" ...
เดี๋ยวก่อน...
...
งานกูอยุ่ไหนวะ!!! ?????...
ลืมไว้บนรถเมลล์เหรอ ไม่น่าจะใช่!!??? คิดดีๆก่อนๆๆๆๆ....
ไอ้เหี้ยยยยย ลืมไว้อยุ่หน้าบ้านนนนน... ในมือควักโทรศัพท์ขึ้นมาทันที กดไปเบอร์บ้าน...
หวังว่าน้องสาวอาจจะยังอยุ่ที่บ้าน จะขอให้ช่วยเอาออกมาให้หน่อย... แต่ไม่เป็นผล น้องไม่รับ... โอเค งั้นอย่าคิดให้เสียเวลาเลย รีบกลับไปเอาดีกว่า ยังทันๆ... แท๊กซี่รีบบึ่งกลับไปที่บ้านของเขาทันที ในจิตใจนั้นเต็มไปด้วยความปวดร้าว...
โกรธ และ อยากจะลงโทษตัวเองมากๆ ให้มันสาสมแก่ใจในความโง่เง่า เต่าตุ่น... รถจอดเทียบหน้าบ้าน ควักตังค์ให้แท๊กซี่ แล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน... เชื่อไม๊ครับ!!! ลืมเอากุญแจออกมาจากบ้าน!!!!!!...
เค้าโกรธตัวเองมาก อยากจะเอาหัวโขกพื้นให้ตายไปตรงนั้น แต่ก็ยังไม่มีแฟน และ ไม่ได้ทดแทนคุณพ่อแม่ เลยทำไม่ได้...
โอเคๆ ใจเย็นๆ ค่อยๆหาวิธีไป ลองโทรหาน้องซิ เผื่อออกไปยังไม่นาน อาจจะให้กลับมาเอากุญแจให้ก็ได้... ตืด ตืด ตืด...
ไอ้เหี้ยยยย แบตหมด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ภาพสุดท้ายบนมือถือคือ นาฬิกา ที่ล่วงเลยมาถึง 8.50 แล้ว...
เค้าคนนั้น ยืนสงบนิ่ง ตัวชา หมดอาลัยตาอยาก อยุ่หน้าบ้าน ประหนึ่ง ไม้ยืนต้นแก่ที่ตายไปเป็นเวลานาน จนกลายเป็นหิน... บอกตัวเองไว้ครับ ว่าวันนี้ยังดี...
ชีวิตมันก็อย่างงี้แหละ... SURF SAFE... ARCHITRAX... June 29 ฝันร้าย 01ทุกครั้งที่ผมตื่นจากฝันร้าย...
จะมีความรุ้สึกหนึ่งเกิดขึ้นกับผมนั่นคือ ความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊ เพิ่งเกิดขึ้นหรือเปล่า!!??...
หรือจริงๆแล้วมันตามหลอกหลอนผมมาตั้งแต่เด็ก จนบัดนี้...
ความรู้สึกผมคลุมเครือมาก จนไม่รุเลยว่าจริงๆมันเป็นอย่างไรกันแน่...
เพื่อความแน่ใจ สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้ มีเพียงแค่ บันทึกฝันร้ายนั้นเอาไว้...
เผื่อบางที เวลาที่ผมนอนหลับครั้งต่อไป มันอาจจะไม่กลับมาหลอกหลอนผมอีก...
===========================================================================================
ความฝัน 01
เวลาใกล้พลบค่ำ ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินมืดครึ้ม เหมือนเวลาฝนใกล้ตก บรรยากาศเงียบสนิท ไร้ซึ่งผู้คน...
ผมลืมตาขึ้นมาใน Space ขนาดใหญ่ ที่คล้ายกับ Space รอบๆโบสถ์...
มีระเบียงคต รายล้อมผมอยู่ ระเบียงนั้นยาว มาก จนผมไม่สามารถระบุได้ว่า ภายนอกของสถานที่นี้ คือที่ใด...
หรือแม้แต่ประตูทางออกอยุ่ที่ไหน...
ผมค่อยๆเดินหาทางออก เดินทะลุประตูที่อยุ่บนระเบียง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่...
ยิ่งเดินเข้าไป ผมก็พบกับ Space แบบเดิม ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ...
ระหว่างทางเดิน มีรูปั้นหิของจีน เรียงรายอยุ่ ทุกตัวจ้องหน้ามาที่ผม...
บางตัวก็อยู่บนพื้น บางตัวก็อยุ่บนคูน้ำเล็กๆใน Space นั้น
จนเข้ามาถึง ระเบียงคต ที่ผมรุ้สึกได้ว่ามันเป็นระเบียงชั้นสุดท้าย แต่ไม่รุสึกว่ามันคือทางออก...
ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่ผมเห็นคือ รูปปั้นหินของจีน ขนาดใหญ่มาก!!! ถึงขั้นว่าใหญ่กว่าคนจริงๆประมาณ 6 - 7 เท่าเห็นจะได้...
ใหญ่จนรุ้สึกว่ามันน่ากลัวเพราะว่ามันใหญ่ Overscale มากเกินไป...
รูปปั้นนั้น เป็นเหมือนรูปกองทัพมาร 5 - 6 ตน...
ใส่เสื้อเกราะรูปร่างแหลมคม น่ากลัว อยุ่ในท่าทางที่เหมือนว่าจะต่อสุ้กับสิ่งใดอยู่...
รอบๆมีงูยักษ์ ไม่ได้เลื้อยพันรอบ แต่ยกตัวอยุ่ข้างๆ หางวนอยุ่รอบๆตัวมาร...
ผมสะดุ้งตื่นทันที... June 28 ผมไม่เคยเห็นสถาปนิก ที่เป็นคนดำเลยแม้แต่คนเดียว...ผมไม่เคยเห็นสถาปนิก ที่เป็นคนดำเลยแม้แต่คนเดียว...
ผมไม่ได้หมายถึง คนดำที่ถือสัญชาติ แอฟฟริกัน นะครับ...
ผมหมายถึงคนดำที่อยู่ใน ยุโรป หรือ ใน อเมริกา...
( ที่บรรพบุรุษเขาเหล่านั้น เคยเป็นทาสมาก่อน... )
มีใครเคยเห็นกันบ้างหรือเปล่าครับ ผมอาจจะตกสำรวจใครไปก็ได้...
ถ้าเคยเห็น โพสต์บอกผมนะครับ...
ใครซักคนบอกผมว่า มันคือ การเหยียดผิว ???...
ผมไม่ได้รู้สึกโกรธ ที่โลกมันไม่มีความเท่าเทียม หรือ อะไรหรอกครับ...
แต่ถ้าโลกมัน ไม่เท่าเทียมกันมาตั้งแต่แรก...
ก็อย่ามาปลูกฝังว่า โลกนี้เท่าเทียมกันเลยดีกว่า...
มารู้ที่หลังจะเสียใจป่าวๆ... May 22 จำเรื่องผีอำที่ผมเคยโพสต์ได้ไม๊...จำเรื่องผีอำที่ผมเคยโพสต์ได้ไม๊...
ที่ผมเคยบอกว่า อาการผีอำ เป็นผลจากการอดนอน และ ร่างกายเหนื่อยล้า...
(รายละเอียด กลับไปอ่านได้ที่โพสต์แรกๆของผมนะครับ...)
...
ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมย้ายบ้าน มาอยุ่แถวนนทบุรี...
ทุกอย่างปรกติสุขดีครับ ผมแฮปปี้มากๆ...
แต่มีอยู่หนึ่งเรื่องที่ผมเพิ่งสังเกตุ...
ทั้งๆที่เป็นช่วงทำทีสิส ไม่ว่าผมจะเหนื่อย หรือ อดนอนแค่ไหน...
ผมก็ไม่เคยมีอาการผีอำเลย...
ซึ่งถ้าเทียบกับตอนยังไม่ย้ายบ้านแล้ว ยังไงก็จะต้องเกิดอาการผีอำกับผมแน่ๆ...
หรือว่าที่บ้านเก่าผมจะมีผีจริงๆ!!!!!!!...
นี่ผมใช้ชีวิตกับผีมาตลอด แถมอยุ่อย่างเพิกเฉยด้วยหรือเนี่ย...
LOVE&RESPECT
SURF SAFE May 21 ในโลกนี้มีคนอยู่สองประเภท...ในโลกนี้มีคนอยุ่สองประเภท...
ถ้าต้องการสิ่งใด แล้วไม่สามารถหาสิ่งนั้นมาได้ทั้งหมด...
ประเภทแรก เขาก็จะตั้งใจเก็บรักษาส่วนที่หามาได้ เท่าที่มีอยู่ ไว้เป็นอย่างดี... ประเภทที่สอง เขาก็จะตัดสินใจกำจัดมันทิ้ง และไม่คิดเหลียวมองมันอีกต่อไป...
..............................................
ผมดาว์นโหลดหนังเรื่องหนึ่ง ขนาด 4.3 GB สำเร็จไป 98%...
ด้วยเหตุบางประการ ทำให้ไม่สามารถดาว์นโหลดต่อไปได้...
ผมจึงลองเปิดไฟล์นั้นดู...
ปรากฏว่าสามารถดูหนังเรื่องนั้นได้อย่างปรกติ...
แต่วินาทีที่ 30 กว่าๆ ภาพจะกระตุก 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่ถึง 1 วินาที...
ผมนั่งคิดอยุ่ซักพัก ก่อนที่จะกดลบไฟล์นั้นทิ้ง และไม่คิดจะเหลียวมองมันอีกต่อไป...
LOVE & RESPECT
SURF SAFE May 15 ไพ่ยิปซี : The Tower...![]() The Tower
ทำนายถึงเคราะห์ร้ายอันบังเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน ฉับพลันทันที ไม่ทันตั้งตัว อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท เลิกรา หย่าร้าง มิตรภาพระหว่างเพื่อน,คนใกล้ชิด เกิดความร้าวราน เผชิญกับอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ตึกถล่ม ธุรกิจล้มละลาย ขาดทุน ถูกปลดออกจากงาน ปัญหาที่ถาโถมเข้ามาจะจบลง เมื่อคุณกล้าขจัดต้นตออุปสรรค แม้กระทั่งบุคคลผู้ไม่หวังดีออกไป แล้วจึงตระหนักว่า ....การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายล้วนนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า May 13 คณะสถาปัตยฯ @ งานอาษา 2007...ก่อนอื่นขออธิบายนิดนึงก่อนนะครับ สำหรับคนที่ไม่ทราบ...
"งานอาษา" ที่พูดถึงเนี่ย ก็คืองาน สถาปนิก 2007 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี่เองครับ...
ภายในงานก็มีการจัดแสดงบู๊ทต่างๆมากมายครับ...
ทั้ง บู๊ทวัสดุและเทคโนโลยีก่อสร้าง บู๊ทสำนักงานสถาปนิก บู๊ทจากมหาวิทยาลับต่าง ฯลฯ...
ท่านใดที่ยังไม่เคยไป ก็แนะนำให้ลองไปครับ สนุกดี อาจจะได้ไอเดียอะไรกลับบ้านมาด้วย...
และนี่คือ ส่วนของ บู๊ทของมหาวิทยาลัยต่างๆครับ ไปดูกัน...
..................................................................................................................................................................
อันนี้ของอุเทนฯ ครับ...
น่ารักดีครับ ดูเหมือนจะทำมาจากการต่อฟิวเจอร์บอร์ด หรือ อะไรซักอย่าง...
ให้เป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ ต่อกันจนกลายเป็นรูปร่างอย่างที่เห็นนี่แหละครับ...
..................................................................................................................................................................
อันนี้ของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ...
Space สวยดีครับ ขาวๆ ลวดลายกุ๊กกิ๊ก...
ไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ ว่าทำจากของใกล้ตัวเรามากๆ...
มันคือ กล่องโฟมที่ใช้ใส่อาหาร เอามาต่อๆกันเยอะๆ ก็ดูหลอนดี...
..................................................................................................................................................................
อันนี้ของ มหาวิทยาลัยอะไรจำไมได้ครับ...
ขออภัยอย่างยิ่งครับ เดี๋ยวถามเพื่อนก่อน แล้วเข้ามา Edit อีกทีครับ...
อันนี้ใช้ลมเป่าเข้าไปในผ้าครับ กลายเป็นอะไรบวมๆ ให้คนเข้ามาเล่นได้ครับ น่ารักดี...
ผมเข้าไปเล่นมาแล้ว สนุกครับ แหวกเข้าไป เจอ Spcae นาวๆ หลอนกันไป...
..................................................................................................................................................................
อันนี้ของธรรมศาสตร์ครับ ใช้วัสดุง่ายๆอีกแล้ว...
คราวนี้เป็นฝาขวดจำนวนมาก เอามาเรียงรายเป็นกราฟฟิก เท่ๆ...
ทุกเมมเบอร์ ใช้วิธีการผูกด้วย เชือก และ ลวดครับ ถึกมากๆ...
ต้องเกณฑ์คนมาทำเยอะกว่าละครถาปัดอีกล่ะมังเนี่ย
..................................................................................................................................................................
เดินไป เดินมาแถวๆ บู๊ทของมหาวิทยาลัย เรื่อยๆ ก็ไปสะดุดตาเข้ากับบู๊ทนึงครับ...
แต่น แต๊น...
และนี่คือ บู๊ทของโรงเรียนสอน "ออกแบบ" ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่ง ก่อตั้งมาได้ถึง 70 กว่าปีแล้วครับ...
"คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
เมื่อลองเดินเข้าๆไปดูใกล้ๆ ผมก็ได้พบกับ... เอ่อ... โถงอาจารย์นารถ ที่ตั้งอยุ่ที่คณะครับ...
ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมถึงต้องนำท่านมาไว้ที่นี่??? คนที่เดินเข้า-ออกบู๊ท ก็งุนงงไปตามๆกัน...
ดูสิครับ ถ่ายรูปมาเหมือนที่คณะเลย ทำไมไม่ให้ไปดูที่คณะไม่รุ้ เอามาให้ดูที่นี่ทำไม???...
ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าเหมือนจริงมากๆ เพราะใช้วิธีถ่ายรูปมาแปะไว้ซะงั้น...
เหมือนจริงขั้นที่ว่า ข้างหลังมีเศษฟิวเจอร์บอร์ดขยะๆ ยังไม่คิดจะยกออก หรือ รีทัชออกเลยครับ...
นับว่าจำลองมาได้เหมือนจริงมากๆ ผมดูแล้ว เดาไว้ว่า ถ่ายจากกล้องดิจิตอล ยี่ห้อโซนี่โง่ๆหน่อย...
พอลองมาดูดีเทลพื้น ก็ถึงกับอึ้งครับ นับว่าทำดีเทลได้เหมือนที่คณะมาก...
นำกระเบื้องมาเรียงกันจริงๆ แถมหนักอึ้ง จนพื้นแอ่นเลยล่ะครับ...
(ข้างล่างเป็นโครงเหล็กอ่ะครับ ทำไมไม่หล่อคอนกรีตเหมือนจริงไปเลยล่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว)
ที่คณะมีกฏไว้ว่า ห้ามเหยียบพื้นสถ. แต่ไม่ได้บอกไว้ว่า ห้ามเหยียบพื้นสถ.เฉพาะในคณะ...
ผมเลยไม่แน่ใจว่าสามารถเดินเข้าไปดูข้างในได้หรือเปล่า (กลัวเหยียบ สถ น่ะครับ 555...)
ไอ้เส้นๆที่ดูแล้วขัดตาๆข้างหน้าบู๊ท ไม่ใช่ลูกกรงนะครับ อย่าเข้าใจผิดเหมือนผมตอนแรก...
(นึกว่าจะ Represent ว่าคณะเป็นคุก ห้ามค้าง ห้ามเตะบอล ห้ามออกนอกคณะตอนกลางคืน 555)
จริงๆ ลดทอนมาจาก เสาหน้าคณะน่ะครับ แหม เก็บทุกดีเทลจริงๆ เยี่ยม!...
มีคนนำพวงมาลัยมาไหว้อาจารย์นารถด้วยความสับสนครับ ว่าที่นี่คือคณะ หรือ งานอาษา 555...
ผม กับ พี่สอ(สตู67) เมื่อได้เห็นดังนี้แล้ว ก็เกิดความรุ้สึกอย่างหนึ่งขึ้นมาตรงกัน อย่างไม่ได้นัดหมายครับ...
มันไม่ใช่ความรู้สึกโกรธ หรือ อาย หรือ แค้น อะไรทั้งนั้น...
แต่มันเป็นความรุ้สึกเศร้าครับ... เศร้าลึกๆ แต่ เศร้าจับใจ...
เมื่อเปรียบเทียบกับ บู๊ทของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ทำโดย "นักศึกษา" แล้ว...
จะให้มีความรู้สึกอย่างไรเกิดขึ้นได้ล่ะครับ นอกจากความเศร้า...
เพราะนี่คือผลงานการออกแบบของ "อาจารย์" ที่สอนอยุ่ใน โรงเรียนสอน "ออกแบบ"...
แต่ทำบู๊ทออกมาเหมือนโรงเรียนสอน "ทำโมเดล"...
SAD BUT TRUE
SURF SAFE April 25 น้ำชา กับ ขาหมู...ผมไม่ทราบว่าเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้...
เป็นเรื่องที่คนทั่วไปรุ้จักหรือเปล่า...
แต่ในละแวกบ้านผม คนจีนที่มีอายุหน่อย รุ้จักเรื่องนี้ครับ...
เห็นว่าสนุกดี เลยมาเล่าสู่กันฟัง...
*** อาจจะมีดีเทลบางอันไม่เหมือนต้นฉบับ เพราะว่าผมจำไมได้ครับ...
เลยขออนุญาติแต่งเองบางส่วนนะ แต่เนื้อหาหลักๆเหมือนเดิมครับ...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
มีครอบครัวเจ้าสัวอยุ่ครอบครัวหนึ่ง มีกันอยู่ พ่อ ลูก เนื่องจาก ภรรยาได้เสียชีวิตลงไปแล้ว...
วันหนึ่ง เจ้าสัวก็ได้แต่งงานใหม่ กับม่ายสาว ลูกติด ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกในไส้ของตน...
ด้วยความที่ม่ายสาวนั้น เป็นคนไม่ดี จึงคิดวิธีที่จะกลั่นแกล้ง ลูกชายของเจ้าสัวคนนี้...
ทุกวันๆ ม่ายสาว จะทำขาหมูให้ลูกทั้งสองกิน...
ม่ายสาวจัดสรรให้ ลูกชายของเธอ ได้กินส่วนที่เป็นเนื้อ...
ส่วน ลูกชายของเจ้าสัว ได้กินส่วนที่เป็นหนังติดมัน โดยที่เจ้าสัวนั้นไม่มีโอกาสรู้เลย...
นานๆเข้า คนที่อาศัยอยู่บ้านข้างๆเห็นแล้ว ชักจะสึกสงสารลูกชายเจ้าสัวที่โดนกลั่นแกล้ง...
แต่ครั้นจะเดินไปบอกเจ้าสัวโต้งๆ ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากอาจจะดูเป็นการยุ่งเรื่องของชาวบ้านมากไป...
เค้าเลยต้มน้ำชา และแอบเอาไปให้ลูกชายเจ้าสัวกินทุกวัน หลังจากกินหนังติดมันไป...
เนื่องจาก น้ำชา มีสรรพคุณ ละลาย ไขมัน...
ลูกชายเจ้าสัวจึงนับวันๆ มีร่างกายแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ...
ม่ายสาวสงสัยเป็นยิ่งนัก ว่าเหตุใด ลุกชายเจ้าสัวจึงนับวันยิ่งแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ...
และ เริ่มไม่แน่ใจว่า จริงๆแล้ว ที่ให้ลูกของหล่อนกินเนื้อ เป็นเรื่องที่ถูกหรือเปล่า...
หล่อนจึงเริ่มสลับให้ลูกชายของหล่อน กินหนังติดมัน และ ให้ลูกชายเจ้าสัวกินเนื้อแทน...
ข้างบ้านเห็นดังนั้น จึงหยุดเอาน้ำชาให้ลูกชายเจ้าสัวกิน...
ลูกชายเจ้าสัว จึงมีร่างกายที่แข็งแรงเป็นปรกติ...
ส่วนลูกชายของม่ายสาว กินแต่หนังติดมัน นับวันๆยิ่งอ้วนขึ้นเรื่อยๆ จนมันจุกอกตาย...
อวสาน...
ปล. ผมเป็นคนไม่ชอบกินหนังครับ :D โชคดีจริงๆ... April 22 ปล่อยใจไปกับ ทะเล...![]() บล๊อคนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแต่ประการใดจ้า...
แต่เรื่องที่คุณๆจะได้อ่านต่อไปนี้...
เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ลิกนิกส์ ทะเล : ป่าตอง (Linux TLE : Patong)...
หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ วินโดวส์แบบไทยๆนี่แหละครับ!!!...
คิดว่าหลายคนที่แวะผ่านมาอ่าน อาจจะมีความรู้นี้อยุ่แล้ว...
แต่ก็เขียนเผื่อไว้สำหรับคนที่ยังไม่ทราบแล้วกันนะครับ...
(จริงๆผมเองก็ไม่ได้รู้เยอะหรอก ขออธิบายตามความเข้าใจแล้วกัน
มีตรงไหนผิดไป ทักท้วงเลยนะจ๊ะ...)
จะว่ากันตามจริงแล้ว TLE มันก็ไม่ใช่วินโดวส์เสียทีเดียวหรอกครับ...
เพราะโปรแกรม Windows ทั้งหลายที่ออกมานั้น..
เป็นของ บริษัทยักใหญ่ในวงการคอมพิวเตอร์ นั่นคือ Microsoft นั่นเอง...
เมื่อบริษัทยักใหญ่ ออกโปรแกรม OS Windows ออกมาจนโด่งดัง...
(โปรแกรมชนิดนี้เรียกว่า OS ครับ หรือ Operation Sysytem : ระบบปฏิบัติการ)
มันก็เลยทำให้เกิดการผูกขาดมากมายครับ...
บริษัทที่ออกแบบโปรแกรมต่างๆ ก็แห่แหนกันออกแบบโปรแกรมมาสำหรับ Windows เสียหมด
เช่น...
คุณจะพิมพ์เอกสาร ก็ต้องใช้ Words ที่ Run บน Windows..
คุณจะแต่งภาพ ก็ต้องใช้ Photoshop ที่ Run บน Windows...
คุณจะฟังเพลง ก็ต้องใช้ Winamp ที่ Run บน Windows...
เท่ากับว่าเราต้องเสียเงินสองต่อ ในการซื้อโปรแกรมนั้นๆ แล้วยังต้องมาซื้อ Windows เพื่อ Run ทั้งหมดอีก...
คนที่อยากใช้โปรแกรมหลายๆอย่าง ก็ต้องขาดโอกาสไป เนื่องจากปัจจัยเรื่องราคาโปรแกรมทั้งหลาย...
และอย่างที่ทราบกันดีครับ พี่ไทยเรา ก็ไม่เคยใช้ Software ของจริงกันเลย มีการละเมิดลิกขสิทธิ์กันมากมาย...
เราถูกผูกขาดมาโดยตลอด จนกระทั่ง...
OS ทางเลือก อย่างเช่น Linux ถือกำเนิดขึ้น...
สารภาพตรงๆครับ ว่าขี้เกียจค้นประวัติ Linux มาให้อ่านครับ...
ยังไงถ้าสนใจ ก็คงต้องขอให้รบกวนพี่ Google.com ไปก่อนแล้วกันนะครับ...
ก่อนอื่นขอแนะนำคำนี้ให้รุ้จักกันก่อน Opensource ครับ...
Linux ถูกออกแบบมาให้เป็น Opensource ครับ...
ที่เรียกว่า Opensource ก็เพราะว่า มันเปิด จริงๆน่ะครับ...
โปรแกรมมันเปิดให้เราๆ ท่านๆ เนี่ยสามารถเข้าไปแก้ไข หรือ เพิ่มเติม เองได้ตามความเหมาะสม...
โดยใช้แนวคิดว่า นักพัฒนาอิสระ ที่เข้ามาพัฒนาโปรแกรมนั้น ล้วนแล้วแต่มาด้วยใจครับ ไม่มีการจ้างมาทำครับ...
เพียงแต่ว่า ขอว่าเมื่อพัฒนาเสร็จแล้ว ให้นำไปแจกจ่ายฟรีโดยทั่วกัน ห้ามนำไปทำการค้า ทุกอย่างแจกฟรีครับ...
เริ่มคิดว่ามันเท่หรือยังครับ...
ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ Linux ถูกนักพัฒนาทั่วโลก ต่อยอดออกไปรวดเร็ว...
จนเกิด Linux สายพันธุ์ต่างๆออกมามากมาย...
และมันก็มาถึง น่านน้ำไทยจนได้ครับ :D...
![]() Linux TLE...
TLE ย่อมาจาก Thai Language Extension ครับ อ่านออกเสียแบบไทยๆว่า "ทะเล" แหม... เท่ชมัด...
มีโลโก้เป็นรูปปลาโลมา ก็เนื่องจาก อย่างที่รุ้กันว่า โลมาอยุ่ในทะเล...
ที่เท่ไปกว่านั้นก็คือ โลมาเป็นสัตว์ที่ อยู่ร่วมกันแบบ พึ่งพากัน และ มีเสรีภาพกับตัวเอง...
โห... ขอกรี๊ดให้กับความเท่ตรงนี้อีก 1 ที...
และนี่ก็ไม่ใช่เวอร์ชั่นแรกของมันครับ...
บัดนี้มันได้ถูกแก้ไขข้อดี ข้อเสีย จากเสียงตอบรับของผู้ใช้โดยตรง ผ่านเว็บบอร์ดของผู้พัฒนา
ออกมาถึงเวอร์ชั่นที่ 8 แล้วครับ ใช้ชื่อเวอร์ชั่นเท่ๆว่า "ป่าตอง"...
คุณๆเดาถูกแล้วครับ ชื่อของเวอร์ชั่นของ Windows อาจจะมี 3.11 95 98 2000 ME XP NT Vista หรืออะไรก็ตามแต่...
แต่ของ TLE จะเป็นชื่อของทะเลไทยครับ และ นี่คือตัวอย่างของชื่อแต่ละรุ่น...
รุ่นทดสอบ : ทะเล อ่าวไทย
รุ่น 3.0 : ทะเล ตะรุเตา
รุ่น 4.0 : ทะเล สิมิลัน
รุ่น 4.1 : ทะเล พี พี
รุ่น 5.0: ทะเล อันดามัน
รุ่น 5.5 : ทะเล สมิหลา
รุ่น 7.0 : ทะเล หว้ากอ <<< ตั้งชื่อนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
เนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปี วันพระราชสมภพ และ ที่หาดหว้ากอนั้น เราสามารถเห็นฝูงปลาโลมาฝูงหนึ่ง ขึ้นมาว่ายน้ำที่ผิวน้ำเป็นประจำ :D น่ารักดีๆ...
รุ่น 8.0 : ทะเล ป่าตอง
![]() ![]() พูดถึงเรื่องหน้าตาไปแล้ว ขอพูดเรื่องการใช้งานหน่อยนะครับ...
ผมได้ทดลองติดตั้ง TLE 8.0 ไปแล้ว ปรกติคอมพิวเตอร์บ้านผมอืดโครตๆ กลับเร็วขึ้นถนัดตาครับ...
อันนี้คิดเอาเองว่า เนื่องจากไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ โปแกรมจึงถูกออกแบบให้มีประโยชน์สูงสุด ตามทรัพยากรที่ที่มีอยุ่...
TLE จึงเป็นทางเลือกสำหรับใครที่คอมช้าๆ แต่ต้องการ Software แบบพอเพียง และ พอดีครับ...
และสำหรับโปรแกรมที่จำเป็นอื่นนั้น เช่น Internet Explorer Microsoft Word Exel Winamp MSN Photoshop Bittorrent ก็ไม่ต้องไปหาจากไหนมาลงให้วุ่นวายครับ...
อันที่จริง จากแนวคิด Opensource ทุกอย่างได้ถูกทดแทนด้วยของฟรี ที่หาโหลดได้ทั่วไปอยู่แล้ว...
แต่ใน TLE 8.0 นั้น เกือบทุกโปแกรมที่คุณนึกออก ถูกรวบรวมไว้ ตั้งแต่ครั้งแรกของการติดตั้ง TLE เลย...
เรียกได้ว่า ติดตั้งครั้งเดียวไม่ต้องไปหาอะไรเพิ่มเลยล่ะครับ...
ขอลองยกตัวอย่างให้ดูดังนี้...
Internet Explorer กลายเป็น Firefox (เร็วกว่ามากขอบอก แถมไม่มี Spyware มากวนใจ)
Microsoft Office กลายเป็น Openoffice (ทำได้ทุกอย่างเหมือนกันครับ เซฟไฟล์ไปๆ มาๆ ได้ไม่มีปัญหา)
Photoshop Illustrator กลายเป็น Gimp และ Inkscape (ทำได้ทุกอย่างเหมือนกันเลยครับ แต่เร็วกว่ากันมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ธรรมดาผมเปิด Photo Shop เป็นนาที แต่อันนี้ กดทีเดียวมาเลย)
และไม่น่าเชื่อครับ ทั้งหมดที่ว่ามา มีขนาดเพียง 7 GB ซึ่งถือว่าน้อยมาก สำหรับโปรแกรมทุกอย่างที่มีมาให้ครบครัน และใช้เวลาในการติดตั้งเพียงชั่วอึดใจ...
แต่จะพูดข้อดีอย่างเดียวมันก็เวอร์ไปนะครับ เรามาดูข้อเสียของมันกันบ้าง...
ข้อเสียที่พบในเบื้องต้นก็คือ ผมรุ้สึกว่าการติดตั้ง อุปกรณ์เพิ่มเติม ยังมีปัญหาอยุ่ครับ เช่น Webcam Printer Scanner Modem...
เพราะว่า Driver บางตัวนั้นไม่สนับสนุน หรือ อาจจะติดตั้งได้ยากกว่า Windows เพราะต้องไปแก้สคริปนุ่นนี่ๆ ยากๆหน่อย...
(ส่วนหนึ่ง ก็เพราะเรื่องผูกขาดนี่แหละครับ :( )...
ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น ตอนนี้ก็พบเพียงเรื่องการใช้งานที่อาจจะดูไม่ค่อยคุ้นตา แต่คิดว่าใช้ไปเรื่อยๆคงจะชินไปเองแหละครับ...
(คิดถึงตอน Windows XP ออกมาใหม่ๆ ก็ยังใช้ยากเลยครับ ประสาอะไรกับโปรแกรมสมัครเล่นอันนี้)
หากมีข้อเสียอื่นๆ ที่ค้นพบในภายหลัง คงจะมารายงานคุณๆอ่าน ผ่านบล๊อคนี้แหละครับ...
ยังไงก็ต้องฝากให้ผู้พัฒนาอิสระเหล่านั้น ช่วยกันแก้ไขกันต่อไปครับ...
ขอตบมือให้กับความเสียสละของคุณครับ ที่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น...
โดยหวังผลตอบแทนเพียงสิ่งเดียวก็คือ ให้เราๆ ท่านๆ ได้ใช้โปแกรมดีๆ และ ถูกกฏหมาย...
ขอบคุณมากๆเลย...
ความรุ้เพิ่มเติม...
- Linux สำหรับคนไทยอาจจะชินกับการอ่านว่า ลินุกส์ แต่จริงๆอ่านว่า ลินิกส์ (ลี - หนิก - สึ) จ้ะ
- Shortcut Key ทุกอย่างใน TLE สามารถ Edit เองได้ ไม่ต้องมานั่งจำ
- เมื่อก่อนมีชุด Office สำหรับ TLE ชื่อว่า ออฟฟิศ ปลาดาว : Office Pladao น่ารักดีนะ เป็น Theme ทะเลๆดี แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วครับ เป็น Openoffice เข้ามาแทนแล้ว
- คุณสามารถอ่าน ถาม ตอบ เกี่ยวกับวิธีใช้ วิธีใช้ และ เสนอข้อคิดเห็นต่างๆ สำหรับการพัฒนาต่อไป ได้ที่เว็บผู้พัฒนาโดยตรงได้เลยครับ http://www.opentle.org/
- คุณสามารถดาว์นโหลด Linux ทั้ง TLE และ เวอร์ชั่นอื่นๆได้ฟรีที่เว็บนี้ครับ ftp://ftp.nectec.or.th/linux-distributions/
- การติดตั้ง TLE ลงบนเครื่องนั้น สามารถติดตั้งให้เป็นแบบ 2 OS ในเครื่องเดียวได้ครับ นั่นคือ สลับกันระหว่าง TLE กับ Windows ทั่วไป...
- มีโปรแกรมที่สามารถ Run โปรแกรมของ Windows บน Linux ได้ครับ ชื่อว่า โปรแกรม Wine
- ผมเคยใช้ Internet Cafe แถวๆทางเดินจาก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย - เสาชิงชา ปรากฏว่า เจ้าของร้าน อินกับ TLE มากครับ เอามาลงทุกเครื่อง หากอยุ่แถวๆนั้น สามารถไปปรึกษาเค้าได้ครับ
- หากต้องการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าไปในส่วน Add/ Remove โปแกรม เพื่อดูว่ามีโปรแกรมอะไรบ้างที่สามารถติดตั้งได้(เยอะมากๆ และรวมมาไว้ใน list เกือบหมด) แล้วเลือกติดตั้งผ่านอินเตอร์เน็ตได้เลย
LOVE&RESPECT
SURF SAFE April 21 วิธีทะลวงบล๊อค ICT![]() อย่าให้อิสระในการรับข้อมูลข่าวสารของเรา ถูกปิดกั้นลง...
โดยเฉพาะกระทรวงห่วยๆ ที่ รมต. ไม่เคยคิดแม้แต่จะเข้า Website...
ศ.ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม : รมต.กระทรวง ICT...
คนที่ไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ตมานานพอ...
ไม่ทีทางรุ้หรอกครับว่าโลกอินเตอร์เน็ต มันซับซ้อน...
ในโลกแห่งอินเตอร์เน็ต ไม่มีสิ่งใดหยุดเราได้ครับ...
วิธีเข้าเว็บผ่าน Proxy
1. ก่อนอื่น คุณต้องเข้าเว็บนี้ก่อนครับ
2. พิมพ์ www.proxy4free.com ลงในกล่องข้อความในเว็บนั้น แล้วกดปุ่ม GO ข้างๆ
3. สังเกตทางซ้ายมือ จะมีเมนูคำว่า Proxy List 1 ให้คลิกไปที่เมนูนั้น
4. จะมีตารางตัวเลขจำนวนหนึ่งขึ้นมา นั่นคือตัวเลข Proxy หรือหมายเลขเครื่อง Server ในประเทศต่างๆ
เราจะใช้เครื่องประเทศเหล่านั้น ที่ไม่โดนบล๊อค ให้เข้าเว็บแทนเราครับ แล้วค่อยแอบส่งข้อมูลนั้นมาให้เรา
ให้คุณลองเลือก ตัวเลขมาหนึ่งแถว (ผมแนะนำว่า ของ Australia มักจะใช้ได้ดี และ เร็ว)
เช่น ผมเลือก 165.228.131.12 80 transparent Australia 2007-04-20
(อย่าใช้ตามผมนะ เพราะว่าเครื่อง Server มักจะรุว่าเราแอบเข้าไปใช้ในภายหลัง
เราจึงต้องเข้ามาเช๊คที่เว็บ www.proxy4free.com เรื่อยๆ)
5. เปิด Internet Explorer ขึ้นมา
6. กดปุ่ม Tool ที่เมนูด้านบน แล้วเลือก Internet Option
7. คลิกที่แถบ Connections ด้านบน ถ้าคุณใช้เน็ตบ้านปรกติ ให้ไป 8a ถ้าคุณใช้เน็ต LAN ไปข้อ 8b
8a. ดูที่หัวข้อ Dial-Up And Virtual Private Network Setting เลือก อินเตอร์เน็ตที่คุณใช้ในแถบซ้ายมือ
แล้วกด Setting
8b. ดูที่หัวข้อ Location Area Network เลือก LAN Setting
9. ดูที่หัวข้อ Proxy Server ติ๊กถูกที่ช่องในหัวข้อนี้ จะมีช่องให้เราใส่ Proxy ปรากฏขึ้นมา
10. ช่อง Address ให้พิมพ์ตัวเลขชุดยาว เช่น ของที่ผมเลือกคือ 165.228.131.12
ส่วนช่อง Port ให้พิมพ์ตัวเลขชุดสั้น เช่น 80
11. กด Ok ไปเรื่อยๆครับ เป็นอันเสร็จ
ทีนี้ก็ลองเข้าเว็บที่โดนบล๊อคดูครับ ถ้าเข้าไมได้ ให้ลองเข้าไปหาตัวเลขชุดอื่นๆในเว็บนั้น มาใส่ครับ...
ประเทศที่เลือกค่อนข้างมีผลนะครับ ในเรื่องความเร็วของการส่งข้อมูล...
ผมมักจะเลือกประเทศที่ดูแล้วว่า คนไม่น่าใช้เยอะ และ ประเทศไม่จนมาก...
ขอให้สนุกนะครับ...
One Love...
Surf Safe... April 14 ผีอำ...ในคืนคืนหนึ่ง ขณะที่คุณเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก...
คุณล้มตัวลงนอน...
คิดว่าคืนนี้จะหลับให้สบายซะหน่อย...
แต่คุณก็ต้องสะดุ่งตื่นกลางดึก อย่างไม่มีสาเหตุ!!!!...
ร่างกายของคุณขยับไม่ได้ ราวกับว่าโดนกดไว้โดย "อะไรบางอย่าง"!!!!!...
และเมื่อคุณค่อยๆลงเลื่อนลูกตา ขึ้นไปมองข้างบน...
แหว่...
![]() นั่นเป็นอาการผีอำ...
คิดว่าคุณๆที่แวะเข้ามาอ่านกัน คงจะเคยมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้ขึ้นมาบ้าง...
โดยเฉพาะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เรียนคณะสถาปัตย์ ซึ่งต่างก็เคยทำงานหามรุ่ง หามค่ำกันมาหมดแล้ว...
คนที่คิดว่าเรื่องต่อไปนี้จะเป็นเรื่องน่ากลัวๆ เลยจะปิดหน้าต่างนี้ทิ้ง ไม่ต้องห่วงครับ...
ต่อไปนี้จะเป้นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์...
อ้างอิงจากหนังสือภาพสมัยเด็กๆ จำไม่ได้แล้วครับว่าหนังสือเรื่องอะไร...
จำได้แค่ว่าเป็นการ์ตูนกึ่งวิชาการนิดนึงอ่ะ แต่ช่างมันเหอะ เพราะเหตุผลมันฟังแล้วโอเค...
==========================================================================================
ต้องเริ่มอธิบายถึงพฤติกรรมการนอนหลับปรกติของคนเราก่อนครับ...
คือ คนเราปรกติเนี่ย ถ้า หลับ และ ฝัน ไปด้วยกันเนี่ย...
ทุกอย่างในร่างกายเราจะหยุดทำงานทันที จะว่าไปก็เหมือนกับเป็นอัมพาตเลยล่ะครับ...
นอกจากอวัยวะภายในที่ทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปแล้ว...
ก็เห็นจะมี สมอง และ ลูกตา เท่านั้นที่ยังขยับไปมาได้ในขณะฝัน...
บางคนอาจจะคิดแย้งขึ้นมาว่าแล้ว อาการนอนดิ้น หรือ ละเมอ ล่ะ!?...
ถ้าสังเกตุกันดีๆ เวลาเราละเมอจะไม่ฝันนะครับ...
ส่วนเวลาที่เราฝันน่ะ เราจะไม่ละเมอ...
คนที่ละเมอ ออกมาเป็นคำพูดเนี่ย ไม่เคยละเมอเรื่องเกี่ยวกับฝันตัวเองเลย...
นั่นเป็นการนอนหลับแบบปรกติ...
แต่ อาการผีอำ...
เป็นการนอนหลับแบบที่ไม่ปรกติครับ...
หากเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราเหนื่อยล้า เช่น ดราฟงานมาทั้งคืน อดนอน อดข้าว อดน้ำ...
พอเราล้มตัวลงนอนเนี่ย เราจะดิ่งลงสู่สภาวะหลับลึกทันที...
และถ้าเกิดมีอะไรมาสะกิดเรานิดนึง เช่น เสียงนกตอนเช้า เสียงแม่เดินออกมาจากห้อง เสียงรถหน้าบ้าน...
เราก็จะเคลื่อนตัวออกจากสภาวะ หลับลึก...
ถ้าเราสะดุ้งตื่นโดยสมบูรณ์เนี่ย เราก็จะรอดครับ ตื่นมาตามปรกติ...
ถ้าเราสะดุ้งไม่สมบูรณ์ ตรงนี้สำคัญนะครับ...
เราจะไม่หลุดจากอาการหลับโดยสมบูรณ์ครับ
แต่เราจะเข้าสู่สภวะครึ่งหลับ ครึ่งตื่น...
นั่นคือ ตาเปิด แต่ยังหลับอยู่...
และถ้าคืนนั้น เป็นคืนที่เราฝันด้วยล่ะก็ ยุ่งเลยล่ะครับ...
เราลองมาประมวลดูนะครับ ว่ามีอาการอะไรบ้าง ในสภาวะ ครึ่งหลับครึ่งตื่น...
ร่างกายคุณเป็นอัมพาต... (เพราะกำลังหลับฝัน ร่างกายเลยไม่ขยับ)
ลูกตาคุณเปิด...
ลูกตาคุณมองเห็น...
ลูกตาคุณขยับไปมาได้...
สมองคุณ ฝันอยู่!!! ตรงนี้แหละครับที่น่ากลัว...
ภาพหลอนจำนวนมากจะจู่โจมคุณครับ โดยมี แบ๊คกราวน์เป็นห้องของคุณเอง!!!!!...
(ที่เค้าให้สวดมนต์ตอนโดนผีอำ ก็คงเพราะว่าให้รวบรวมสมาธิให้ดีล่ะมังครับ จะได้ไม่เห็นภาพหลอนน่ากลัวๆ)
ตอนจบของหนังสือยังมีการทดลองอันนึง เป็นข้อพิสูจด้วยครับ...
คือเค้าเอาคนจำนวนมาก มาขังไว้ในบ้านร้างหลังหนึ่ง...
แล้วก็เล่าเรื่องผีๆ น่ากลัวๆให้ฟัง แล้วก็เอารูปคุณยาย ที่เป็นเจ้าของบ้านที่เสียไปแล้วมาให้ดู...
หลังจากนั้นก้ำพิธีไล่ผีกันอย่างหนักหน่วง ห้ามหลับ ห้ามนอน ถึงเช้า...
พอถึงเช้า ก็ปล่อยให้หลับกันครับ ปรากฏว่า โดนคุณยายมาอำตอนหลับ ทุกคนเลย...
วิธีการทำให้ผีคุณยายหายไป ก็แค่สังเกตุว่า ใครนอนตาเปิด ก็เดินไปปลุกธรรมดาครับ ไมต้องไล่ผง ไล่ผีอะไร...
และที่ฮากว่านั้นคือ ตอนสุดท้าย มีการเฉลยว่า คุณยายยังไม่ตายครับ พาตัวจริงมาเจอทุกคนที่โดนอำเลย...
แถมพิธีไล่ผีในตอนแรก ก็เป้นเรื่องมั่วขึ้นมาครับ ทำให้ร่างกายเหนื่อยเล่นๆ...
เป็นอันจบตำนานผีอำ ณ บัดนั้น... ==========================================================================================
จริงๆแล้ว ผมเองเป็นคนนึง ที่โดนจู่โจมโดยผีอำ บ่อยมากๆครับ...
ครั้งที่น่ากลัวสุดๆ ก็คือ หลังจากที่ดราฟโปรเจคเสร็จตอนเช้า ก็ได้เวลานอน...
ในขณะที่นอนๆอยู่ ก็สะดุ้งตื่นมาตามเสตป...
ห้องที่เคยทาสีเขียว กลายเป้นสีแดงครับ!!!!!...
ผมมองขึ้นไปบนเพดาน คิดไว้ว่า ยังไงก้คงเจอภาพแย่ๆแน่ๆ แต่ไม่นึกครับ ว่ามันจะเป็น...
ใครไม่รู้ผูกคอตายอยุ่...
หยึย...
แต่เผอิญว่าผมเจอกับมันบ่อยครับ...
เลยไม่กลัว นอนดูมันไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ตื่นเอง...
หรือไม่ก็ หลับต่อไปเลย ฮ่าๆ...
ต่อไปนี้ขอให้ทุกคนเข้มแข็งไว้นะครับ...
วิทยาศาตร์ ปราบผีตนนี้ได้แล้ว...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE... April 11 แรงโน้มถ่วงของโลกไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้คนตกหลุมรัก...Gravitation can not be held resposible for people falling in love...
- Albert Einstein - April 10 ทำไมหมาถึงฉี่รดเสาไฟฟ้าถึงเนื้อหาในชั้นเรียนประถม จะเห่ย และ ล้าสมัย อยุ่เป็นนิจ...
ไม่ว่าจะเป็น เนื้อหาชวนหลับ อย่างเช่น...
การทำปุ๋ยหมัก...
การทำเครื่องกรองน้ำ...
การปักชำ...
การตอนกิ่ง...
ฯลฯ...
นาน น๊านที เราถึงจะได้เห็นเนื้อหาที่น่าสนใจโผล่มาแจมบ้าง...
เมื่อถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ผมจะรุ้สึกตื่นเต้นอยากรู้เนื้อหาที่จะเรียนทุกครั้ง...
เนื้อหาเรื่อง "ทำไมหมาถึงฉี่รดเสาไฟฟ้า" จากวิชาอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ ก็เป็นเนื้อหาหนึ่ง ที่ทำให้ผมตั้งใจเรียน ในช่วงโมงนั้น...
"หมาฉี่รดเสาไฟฟ้า เพราะว่า มันต้องการแสดงเขตแดน..."
...
...
...
นี่ผมได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า...
...
...
อะไรกัน ผมคาดหวังคำตอบที่ดีกว่านี้ไว้นะ...
อย่างเช่น...
"หมามักจะฉี่ใส่วัตถุที่สูงที่สุดในละแวกนั้น..."
หรือ "หมามักจะชอบฉี่ใส่วัตถุที่เต็มไปด้วยคลื่นไฟฟ้า..."
หรือ "หมามักจะชอบฉี่เป็นระยะสม่ำเสมอ ซึ่งตรงกับระยะการวางเสาไฟฟ้าพอดี..."
แต่ต้องไม่ใช่คำตอบแบบนี้!!!...
ถ้าจะตอบว่า "แสดงเขตแดน" ก็ต้องถามว่าถาม "ทำไมหมาถึงชอบฉี่ใส่ 'วัตถุต่างๆ' "...
แต่นี่คำถามมันเฉพาะเจาะจงไปถึง "เสาไฟฟ้า"!!!!...
ไมได้หมายถึงฝาบ้าน ไม่ได้หมายถึงล้อรถ ไม่ได้หมายถึงสวนในบ้าน เข้าใจม๊าย!!!...
คำถามนี้ค้างคาในหัวผมมาถึง 22 ปี...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE... April 07 เกี่ยวกับรถสองแถวบ้านผมอยุ่ห่างจากท่าน้ำนนท์(ฝั่งบางกรวย)ไปหน่อยนึงน่ะครับ...
แต่ว่าแถวนั้น ไม่มีรถประจำทางบริการ...
จึงต้องอาศัยรถสองแถวที่วิ่งในบริเวณนั้นเพื่อเดินทาง...
ถ้าเป็นรถประจำทางเนี่ย เค้าก็จะจอดตามป้ายรถเมลล์ใช่ไหมครับ...
แต่ไอ้รถสองแถวเนี่ย มันไม่มีป้ายให้จอดหนิครับ...
เวลาจะขึ้น ก็ต้องโบกเอา เวลาจะลงก็ต้อง กดกริ่ง...
มีหลายคนบอกว่า ผมเป็นคนเข้าสังคมไม่ค่อยได้...
ท่าจะจริง...
ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในการใช้บริการรถสองแถวของผมนั้น อยุ่ที่ตอนจะลงเนี่ยล่ะครับ...
อันที่จริง ผมเกลียดการทำอะไรในที่สาธารณะมากๆ ถ้าเป็นไปได้ ผมจะรีบๆทำให้มันเสร็จไป แล้วไปหลบอยุ่ในที่ปลอดภัย...
การกดกริ่ง เพื่อให้คนทั้งรถนั่งคอยให้ผมเดินลงจากรถเนี่ย ทำผมรู้สึกแย่มากๆ...
ยิ่งถ้าผมลงผิดที่ ไม่มีวันเด็ดขาดที่ผมจะเดินไปบอกคนขับว่า "แหะๆ โทษครับ ลงผิดที่ รบกวนขอนั่งต่อได้ไม๊"...
ผมเลือกที่จะเดินไปแทน หรือรอรถคันใหม่ดีกว่า...
เรื่องนี้เป็นปัญหากับผมมาก ถึงขั้นเคยนั่งรถเลยไปไกลโครตๆๆๆๆๆๆๆๆ หลงไปหมู่บ้านไหนก็ไม่รู้ ต้องเดินมั่วๆกลับบ้าน(น่ากลัวมากๆ)...
ผมจำเอาไว้แม่นยำว่า ก่อนถึงบ้านผม จะมีตึกแถวที่เป็นร้านอินเตอร์เน็ต...
ซึ่งถ้าผมกดกริ่ง ตอนที่รถผ่านร้านนี้พอดีเนี่ย รถมันจะเบรค ชลอ และเข้าไปจอดที่ทางเข้าหมู่บ้านพอดี...
ถ้ากดช้ากว่านี้ หรือเร็วกว่านี้ นิดนึง ก็ไม่ได้นะครับ มันจะไม่พอดีทางเข้า และมันจะทำร้ายจิตใจผมมากๆ...
และแล้ว เรื่องที่ผมไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นครับ...
ระหว่างทางกลับบ้านวันนี้ มีคนที่นั่งมาด้วยกันกดกริ่งลงก่อนผมครับ...
ซึ่งรถมันก็ค่อยๆชลอ ตามปรกติของมัน แต่ทว่ามันดันมาจอดที่หน้าร้านอินเตอร์เน็ต ที่เป็น "จุด Save Point" ประจำของผม...
ยังไงดีล่ะครับ หลังจากที่คนนั้นลงไปแล้ว จะให้ผมกดกริ่งทันที เพื่อจะให้รถจอดพอดีที่หน้าบ้านผม มันก็ดูจะเก้ๆ กังๆ ยังไงอยุ่...
ผมไม่อยากให้คนขับ ต้องจอดถี่ๆ...
ไม่อยากให้คนในรถต้องเดินทางช้าลงไปอีก เพราะว่าผมจะลง...
เอ... หรือจะให้ผมแกล้งทำเป็นว่าบ้านอยุ่ไกล แล้วไปลงที่หลังดีนะ...
ไม่ดีๆ...
ผมตัดสินใจเดินตามคนที่กดกริ่งนั้นไป...
ลงที่ร้านอินเตอร์เน็ตนั่นแหละ สบายใจดีครับ...
ถึงจะเดินไกลหน่อยก็เถอะ...
...
หลังจากที่ผมลงจากรถ ก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าร้านอินเตอร์เน็ตทันที...
รถค่อยๆเคลื่อนตัวไปจอดที่หน้าหมู่บ้านของผม...
มีคนเดินลงมาจากรถสองสามคน เข้าหมู่บ้านไปสบายใจเฉิบ...
ทิ้งผมให้ยืนเก้งก้างอยุ่อย่างงั้นน่ะ...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE... April 06 นี่คือที่มาของหมูปิ้ง...ข้อความทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องจริง...
ถึงจะทำใจให้เชื่อลำบากก็เถอะ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง...
(มีแต่คนบอกว่าผมโกหก แต่เชื่อผมเถอะครับว่าเป็นเรื่องจริง)
อ้างอิงจาก หนังสือเรียนสำหรับเด็กประถม "ดรุณศึกษา" (จำไมได้แล้วว่าเล่มไหน)...
เรื่องมันเริ่มต้นที่หมู่บ้านหนึ่งในประเทศจีน ในยุคสมัยที่ผู้คนยังกินเนื้อสัตว์กันแบบดิบๆอยุ่...
ชายคนหนึ่ง เลี้ยงหมูไว้ที่บ้าน เพื่อใช้เป็นอาหาร...
ไม่ทราบว่าไปทำอีท่าไหน ชายคนนั้นบังเอิญทำไฟไหม้เล้าหมูที่ตนเลี้ยง!!!...
ทำให้เกิดความเสียหายมาก หมูทั้งเล้าตายหมด ไหม้เกรียม เรียบอาวุธ...
หลังจากที่ไฟดับหมดแล้ว ชายคนนั้นรีบวิ่งเข้าไปดูหมูในเล้าทันที...
ด้วยความตกใจ ชายคนนั้นเอื้อมมือลงไปจับศพหมูที่โดนไฟเผามาใหม่ๆ...
และด้วยความที่หมูนั้น เพิ่งโดนไฟเผาใหม่ๆ มันจึงร้อนจี๋...
และด้วยความที่มันร้อนจี๋ ชายคนนั้นเลยสะดุ้ง ชักมือเข้ามาใส่ปาก ตามสันชาติญาณ...
ปรากฏว่า...
อร่อยครับท่าน...
ชายคนนี้ได้ค้นพบ หมูปิ้ง เวอร์ชั่น BETA 0.05 โดยบังเอิญ...
และได้เผยแพร่ให้คนทั่วไป ในหมู่บ้านได้ชิม เป็นที่ถูกใจอย่างมากของคนในหมู่บ้าน...
หลังจากนั้น ใครที่อยากจะกินอาหารประเภทนี้อีกครั้ง ก็ต้องเผาเล้าหมูของตน!!!!!...
เลยกลายเป้นว่า คนรวยๆเท่านั้น ที่จะได้กินอาหารประเภทนี้...
ถึงขนาดว่า ต้องมีแขกสำคัญมาเท่านั้น จึงจะยอมลงทุน เผาเล้าหมูให้กิน...
หลังจากนั้นไม่นาน มีนักปราชญ์ ที่เล็งเห็นว่า วิธีนี้มันไม่เวิร์คแฮะ...
ใครจะกินทีนึง ต้องมานั่งเผาบ้าน เผาเรือน ดูมันยากไป...
จึงได้ระดมสมอง ช่วยกันคิดค้นอุปกรณ์ที่เรียกว่า เตา ขึ้นมาเพื่อใช้ปรุงอาหารชนิดนี้...
และหมูปิ้ง เวอร์ชั่น 1.0 ก็ได้เกิดขึ้น ณ บัดนั้น...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE... April 05 Untitle-1เรื่องเกิดขึ้นในวงสนทนาของเด็กคณะสถาปัตย์...
เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า ตอนมันไปเที่ยวยุโรป...
มันสังเกตุเห็นว่า ใต้ก้นขวดเบียร์เนี่ย...
จะมีช่องยุบเข้าไป ช่องนี้สามารถเอาไปเปิดขวดได้ครับ...
ระหว่างที่กำลังทึ่งกับเรื่องเล่าจากต่างแดนนั้น...
ใครซักคนในวงถามขึ้นมาว่า...
ถ้าสมมติซื้อเบียร์มาหลายขวด แล้วใช้ก้นขวดเปิดไปเรื่อยๆ...
แล้วขวดสุดท้ายจะกินยังไงวะ??? ต้องใช้ไฟแช๊ค เปิดอยุ่ดีแหละวะ...
-_-'
ก็เอาขวดที่เปิดแล้วมาเปิดไงวะ!!!...
ใครซักคนตอบ...
LOVE&RESPECT
SURF SAFE April 04 ผมโดน Hack ครับ...มีอยุ่วันหนึ่ง ผมเข้าไปดาว์นโหลดโปรแกรม Adobe Illustrator CS2 จากเว็บ www.mininova.com ...
ซึ่งก็สามารถดาว์นโหลดลงมาได้ตามปรกติครับ มีตัว Setup และ Crack มาครบถ้วน...
ผมจัดการติดตั้งลงบนเครื่องทันที...
หลังจาก ติดตั้งเสร็จ Crack เรียบร้อย ผมลอง Run โปรแกรมขึ้นมาเป็นครั้งแรก...
เราลองมาดูกันครับ ว่าเราได้อะไรจากการโหลดโปรแกรมฟรีจาก Internet...
ปรกติ Torrent ก็เป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ในการแชร์ไฟล์แบบ P2P ทั้งหมด...
อีกทั้งเว็บ Mininova จัดได้ว่าเป็นเว็บ Torrent ที่เจ๋งเว็บหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างปลอดภัยจากไวรัส ต่างๆนาๆ...
แต่สุดท้ายผมก็โดน Hack ครับ...
คาดว่าจะโดนก่อนที่จะโหลดโปรแกรมมาติดตั้งลงเครื่องเสียอีก...
(นั่นคือไฟล์ Setup ที่โหลดมา คงโดน Hack ไปตั้งแต่ก่อนผมจะโหลดลงมาอยุ่แล้ว)
ถึงแม้ว่าโปรแกรมที่โหลดมาจะใช้ได้ตามปรกติ ทิ้งไว้แค่เพียงมุขตลกกวนตีน ของคนขี้แกล้งก็เถอะ...
แต่ลองคิดดุสิครับ ว่าถ้ามันคิดจะเอาจริงขึ้นมา คงไม่ใช่แค่ใส่ภาพปัญญาอ่อนลงในโปรแกรมแน่ๆ...
ในโลกที่เร่งรีบขนาดนี้...
Hack มันตั้งกะยังไม่ติดตั้งนี่แหละครับ ทันใจดี...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE... April 03 Hinotori - วิหคเพลิง
Hinotori เป็นผลงานการ์ตูนของ อาจารย์ เท็ตซึกะ โอซามุ นักเขียนการ์ตูนระดับตำนาน ผู้ล่วงลับ...
ถ้าจะถามผมว่า การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับอะไร คำตอบที่ดีที่สุด คงจะเป็น...
" ทุกสรรพสิ่ง... "
สำหรับผม การ์ตูนเรื่องนี้ ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ และ เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เรื่องหนึ่งของวงการการ์ตูน...
Hinotori โดดเด่นกว่าการ์ตูนในสมัยเดียวกันในหลายๆด้าน ทั้งด้านเนื้อเรื่อง การนำเสนอ...
เนื้อเรื่องพูดถึงภาพรวม และ ความสัมพันธ์ ของทุกสรรพสิ่ง...
ตั้งแต่ เซลล์ สัตว์ มนุษย์ พืช โลก ไปจนถึง จักรวาล ผ่านสายตาของ วิหคเพลิง (Hinotori) ผู้เป็นอมตะ...
วิหคเพลิง ปรากฏตัวในตำนานต่างๆ จากหลายๆชนชาติ...
มันอาจจะเป็น "โฮโอ" ในตำนานจีน อาจจะเป็น "ฮิโนโทริ" ในตำนานญี่ปุ่น หรือ อาจจะเป็น "ฟินิกส์" ในตำนานของฝรั่ง...
(ไม่แน่อาจจะเป็น หงส์ ในตำนานไทยก็ได้ :D )
วิหคเพลิงไม่มีวันตาย เมื่อมันใกล้จะหมดอายุไข มันจะบินลงไปในภูเขาไฟ ระเบิดตัวเอง และ เกิดใหม่ กลายเป็นวิหคเพลิงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง...
และ ด้วยความที่มันเป็นอมตะนี้ ทำให้มันได้มีโอกาสที่จะสังเกตุ และ มีส่วนร่วม กับโลกในยุคต่างๆมาตลอด ตั้งแต่ยุครุ่งเรือง จนถึงยุคเสื่อมสลาย...
หากเปรียบเลข 1 ถึง 10 ให้เป็น Timeline ลำดับของการเกิดโลก และ เสื่อมสลายดังนี้...
เกิด l 1-2-3-4-5-6-7-8-9-10 l ดับ
เวลาวิ่งไปทางนี้ >--->
การ์ตุนเรื่องนี้ นำเสนอ บทแรก เป็นเหตุการณ์ในอดีตอันแสนไกล (หมายเลข 1) ในยุคที่อารยธรรมเพิ่งเริ่มจะก่อตัวใหม่ๆ...
เป็นเรื่องของการตามล่า วิหคเพลิง ของชนเผ่าหนึ่ง เนื่องด้วยมีความเชื่อว่า หากได้ดื่มเลือดของวิหคเพลิงแล้ว จะทำให้เป็นอมตะ...
แต่ใน บทที่สอง นั้น ผู้เขียนกลับเลือกที่จะนำเสนอเหตุการณ์ในอนาคตอันไลกโพ้น (หมายเลข 10) ในยุคที่อารยธรรมพัฒนามาจนถึงขีดสุด และเริ่มเสื่อมสลายลงอย่าช้าๆ...
เป็นเรื่องของโลกในยุคที่ผู้คนถูกวัตถุครอบงำ (นำเสนอในรูปของ หุ่นยนต์) ผู้คนย้ายลงไปอยุ่ใต้พื้นดิน และเริ่มทำสงครามกันระหว่างอาณาจักรต่างๆ...
ในช่วงครึ่งหลังของบทนี้ โลกได้พังทลายเพราะการทำสงคราม ไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยุ่เลย...
ยกเว้นชายคนหนึ่ง ที่ได้ดื่มเลือดของวิหคเพลิงลงไป และต้องอยู่คอยนานแสนนาน เพื่อดูแลสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นมาใหม่ ไม่ให้ดำเนินไปในทางเสื่อมอย่างที่เคยผ่านมา...
(ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนหมายเลข 1 เจ๋งไหมล่ะครับ!!!)
และ ใน บทที่สาม เนื้อเรื่องก็ย้อนกลับมาที่หมายเลข 2 อีกครั้ง และในบทถัดไป เรื่องก็จะไปอยู่ที่หมายเลข 9 และไปเป็น 3 8 4 7 ไปเรื่อยๆ...
ระหว่างทางเราก็จะได้เห็นความเป็นไปของโลก ต่างๆกันไป ตามยุคสมัย ผ่านสายตาของ วิหคเพลิง...
ทีนี้ คงจะเห็นภาพรวมของเนื้อเรื่องแล้วใช่ไหมครับ ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน :D (แค่วิธีเรียงบทก็เท่กินขาดแล้ว)...
และ "คาดว่า" เรื่องมันคงจะพาเราไปจบลงที่ยุคปัจจุบัน และคงมีตอนจบอะไรเจ๋งๆให้อ่านแน่นอน...
ที่ต้องใช้คำว่า "คาดว่า" ก็เพราะว่า มันยังออกมาไม่ครบทุกเล่มครับ... (จริงๆที่ญี่ปุ่น เขียนจบและออกมาจนครบไปนานแล้ว การ์ตูนเก่ามาก)
ตอนนี้ก็รออ่านตอนจบอยุ่ เมื่อไหร่เค้าจะพิมพ์ออกมาซะทีนะ...
จริงๆแล้วอีกอย่างหนึ่ง ที่เจ๋งมากๆในการ์ตูนเรื่องนี้ ก็คือเนื้อเรื่องครับ...
ตอนที่เนื้อเรื่องประทับใจผมมากที่สุดก็มีดังนี้ครับ...
(สปอยย์แน่ๆ)
-ภาคอนาคต-
เนื้อเรื่องโลกล่มสลาย - อย่างที่เขียนบอกไว้ข้างบนนี่แหละครับ ตอนนี้เจ๋งมากๆ...
มีประเด็นหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องของด็อกเตอร์หน้าตาอัปลักษณ์ ที่ไม่เคยได้ความรักจากใครเลยนอกจากหุ่นยนตร์ ผู้มีความคิดจะสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา...
เรื่องของ ชายผู้เทิดทูนคอมพิวเตอร์ให้เป็นเจ้าชีวิต จนทำร้ายได้แม้กระทั่งจิตใจของคนรัก...
สัตว์ต่างดาว ผู้มีชีวิตเพื่อให้ความรัก และ ความฝันกับมนุย์ ในช่วงเวลาที่โลกไร้ความฝัน และ ปราศจากความรัก...
และ เรื่องของชายผู้มีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ นั่นคือดูแลโลกในฐานะพระเจ้า ถึงแม้ว่าเค้าจะต้องพลัดพรากจากสัตว์ต่างดาวผู้เป็นที่รัก และคนทั้งโลก...
เนื้อเรื่องของโรบีต้า - เนื้อเรื่องหลักๆเป็นเรื่องของ ที่มาที่ไป ของหุ่นกระป๋องโรบีต้า...
ว่าทำไม หุ่นยนตร์รับใช้รุ่นอื่นๆ จึงไม่สามารถสร้างขึ้นมาให้เป็นที่นิยม ดุมีชีวิตชีวา สามารถทำผิดพลาดได้เหมือนมนุษย์จริงๆ และ เข้าใจจิตใจมนุษย์ได้...
ซึ่งเจ้าหุ่นกระป๋องตัวนี้ ได้ปรากฏตัวใน บทอื่นๆอีกมากมาย และเนื้อเรื่องในตอนนี้ก็สอดคล้อง เป็นเหตุเป็นผลกับ บทอื่นๆ(อาจารย์ โอซามุ คิดมาอย่างแน่นอนครับ โครตเก่ง)...
เหตุการณ์เจ๋งๆ ที่ประทับใจในตอนนี้ ก็มี เหตุการณ์การพยายามฆ่าตัวตาย(และฆ่าคนอื่น!?)ประท้วง ของหุ่นรับใช้รุ่นโรบีต้าทั่วโลก ที่ต้องการจะเป็นสิ่งมีชีวิต...
เหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต แต่ถูกดัดแปลงร่างกายให้เป็นหุ่นยนต์จนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง...
แต่นั่นก็ทำให้เกิดผลกระทับอันร้ายแรงขึ้น นั่นคือ เค้าสูญเสียการรับรุแบบมนุษย์ไป แต่ได้การรับรู้แบบหุ่นยนต์มาแทน เค้ามองสิ่งมีชีวิตเป็นวัตถุ และ มองวัตถุเป็นสิ่งมีชีวิต...
(มองหุ่นยนต์=วัตถุ=พวกเดียวกัน=สิ่งมีชีวิต เจ๋งป่ะล่ะ...)
ฉากสะเทือนใจสุดๆอันนึงก็คือ ฉากที่ชายคนนี้ มองหุ่นยนตร์ตัวหนึ่งเป็นผู้หญิง รักกัน และพากันไปนั่งจูจี๋ที่โรงหลอม แต่ภาพที่เค้าเห็นนั้น กลับเป็นลำธาร!!??
เนื้อเรื่องนักโทษอวกาศ - ช่วงครึ่งแรกของบทนี้ เป็นแนวสืบสวน เนื่องจากนักบินอวกาศทีมหนึ่ง อยุ่ดีๆก็มีคนตาย ในระหว่างเวลาพักผ่อน...
การนำเสนอตอนนี้ก็เฉียบมาก ใช้วิธีการแบ่งช่องการ์ตูนแนวนอน แบ่งแถวตามจำนวนตัวละครในเรื่อง อ่านจากช่องซ้ายไปขวา(ตามการอ่านแบบไทย)...
แล้วถ้าใครตายไป ก็จะทิ้งช่องสีดำๆไว้ เหลือแต่เฉพาะคนที่ยังไม่ตายคุยกัน... โอ้ว อะไรจะเท่ขนาดนั้นครับ...
-ภาคอดีต-
เนื้อเรื่องของหญิงสาวผู้มาจากต่างดาว - เป็นเรื่องของครอบครัว ครอบครัวหนึ่งที่มีอันต้องพรัพรากจากกัน...
บทนี้มีวิธีการนำเสนอที่เจ๋งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
การแบ่งช่อง ใช้วิธีอ่านจากบนลงล่าง แต่ละหน้ามีจำนวนช่องเท่ากัน...
เพราะเรื่องในบทนี้ นำเสนอในแบบละครเวที!!!?? นั่นคือเหมือนว่า มีละครเวทีเอาเรื่องของบทนี้ไปแสดง(เจ๋งชมัด คิดได้ไง!!!!)...
มีฉากที่เป็นคนเข้าไปดูในโรงละครอีกทีด้วย เยี่ยมมากๆ...
ในส่วนของเนื้อเรื่อง ก็โครตจะเศร้าครับ ตอนนี้ อ่านแล้วแบบว่าน้ำตาจะตก อาจารย์โอซามุ เขียนเรื่องง่ายๆให้เสร้าได้ถึงเพียงนี้เชียว
แนวคิดเจ๋งๆ ในเรื่องนี้ที่ชอบเป้นพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด...
ตัวละครที่ปรากฏอยุ่ในเรื่อง ไม่ว่าตอนไหนก้ตาม จะไปเวียนว่าย ตายเกิดในตอนอื่นๆต่อๆไป ไม่มีที่สิ้นสุด...
บางตัวอาจจะตายในอนาคต และกลับมาเกิดในอดีตอีกครั้งหนึ่ง หรือบางทีก้กลับมาเกิดในยุคสมัยเดียวกันอีกด้วย...
(นั่นคือเราสามารถหยิบ บทไหนมาอ่านก่อนก็ได้ เพราะเนื้อเรื่องมัน Link กันไปหมด)
เขียนมาตั้งยืดตั้งยาว ชมกันขนาดนี้ ก็เพราะว่าชอบจริงๆ เป็นการ์ตูนที่ดีมากๆ...
ถ้าไม่นับเรื่องภาพ (แน่ล่ะ นี่มันวาดตั้งกะสมัย มิกกี้เมาส์นุ่น เส้นสายเลยอาจจะไม่สวยเหมือนการ์ตูนสมัยนี้)
แต่ก็ได้ความคลาสสิค และมันก็สามารถสื่อสารเรื่องราวได้ครบถ้วน แค่นี้ก็พอแล้วล่ะครับ...
สรุปว่าเป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่คนรักการ์ตูนต้องอ่านครับ...
เป็นมุมมองของ อาจารย์ โอซามุ ที่มีต่อโลก...
เหมือนกับ มุมมองของ วิหคเพลิง ที่มีต่อทุกสรรพสิ่ง ครับ...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE April 02 ว่าด้วยเรื่อง Subliminal...Subliminal คืออะไร???...
ที่จริงแล้ว ผมก็ไม่รุเหมือนกันว่าไอ้ Subliminal เนี่ยมันคืออะไรกัน...
แต่ความหมายตาม พจนานุกรม อิเล็คทรอนิกส์ ที่โหลดมาใช้ในเครื่อง ได้ให้ความหมายไว้ว่า...
Subliminal - [L] adj. เบาเกินกว่าจะกระตุ้นให้บีบตัว...
อืม... เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ...
___________________________________________________________________________________________________________________
ผมรุ้จักคำว่า Subliminal ครั้งแรกจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่อง "JOJO ล่าข้ามศตวรรษ" ภาค Stone Ocean...
เนื้อเรื่องในตอนนั้น กล่าวถึงตอนที่ตัวละครตัวหนึ่ง สะกดจิตคนทั้งเมือง โดยการควบคุมการหักเหของแสง...
ให้กระพริบเป็นข้อความบางอย่างแทรกอยุ่ โดยที่คนในเมืองนั้นไม่รุตัวเลย...
ในหนังสือการ์ตูนได้อธิบายถึงความเป็นไปได้ของการสะกดจิตแบบนี้...
โดย เรียกการสะกดจิตแบบนี้ว่า Subliminal และแสดงตัวอย่างที่(อ้างว่า)เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ดังนี้...
ป้ายสมัครหาเสียงของ สส. คนหนึ่ง มีคำว่า "SEX" จำรนวนมากแทรกอยุ่ที่ใบหน้า...
โดยรูปร่างของคำว่า "SEX" นั้น บิดไปตามตามริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า สส. คนนั้น...
ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบป้ายหาเสียงนี้...
หรือ ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง มีการตัดต่อรูปโฆษณา Coke ลงในฟิล์ม...
แทรกอยุ่จำนวนมาก แต่กระพริบทีละ 1 เฟรม จนไม่สามารถสังเกตุด้วยตาเปล่าได้...
ผลปรากฏว่า ผู้ชมเกิดความรุ้สึกอยากกิน Coke ขึ้นมาทันทีหลังจากได้ชมภาพยนตร์นี้...
คำอธิบายของปรากฏการณ์ประหลาดนี้ คือ...
ภาพ Coke ที่กระพริบขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีนั้น สมองในส่วน"จิตสำนึก"ไม่สามารถรับรู้ได้...
แต่ ตาเรารับรู้และส่งมันตรงไปยัง"จิตใต้สำนึก"ได้ !!!...
นั่นคือเรากำลังโดนสะกดจิตอยุ่ โดยที่ไม่รู้ตัว !!!!...
หลังจากนั้น กฏหมายก็ได้สั่งห้ามการใช้วิธีโฆษณาแบบนี้ในภาพยนตร์อีก...
___________________________________________________________________________________________________________________
ทั้งหมดนั้น อ้างอิงจากการ์ตูนเรื่อง JOJO นะจ๊ะ...
จริง หรือ ไม่จริงก็ไม่รุ้ล่ะ เพราะคนเขียนเรื่องนี้มันก็มั่วออกบ่อย...
แต่ฟังดูแล้วน่าสนใจดี บวกกับ เพิ่งได้คุยกับเพื่อนว่า...
มันเคยมีรายการสะกดจิต แบบว่า ให้เราคิดว่าต่อไปจะมีรูปทรงอะไรโผล่ขึ้นมา...
แล้วมันก็ทายเราถูกเฉยเลย ประมาณว่าคงมีการสะกดจิตก่อนหน้านั้น(คิดว่าน่าจะเป็น Subliminal นี่แหละมั๊ง)...
เลยเกิดอาการ Nerd ไป Search ใน Youtube อย่างเอาเป็นเอาตายดู...
แล้วดูสิผมเจอกับอะไรเข้า บางอันก็สนุกและ ตลกมากๆ บางอันก็ฟังดูหลอน และ น่ากลัวมากๆ...
มันคือ Subliminal Message...
มีข้อความแปลกๆ บางอย่าง แทรกมากับเพลงต่างๆ ทั้งใหม่และเก่า บางเราก็เคยๆได้ยินกันทั่วไป...
โอ้... นี่เราโดนสะกดจิตมาตลอดเลยหรือเนี่ย!!!!...
ไม่น่าเชื่อเลยเนาะ บางเพลงถึงจะฟังดูแถๆ หรือ บังเอิญก็เถอะ แต่บางเพลงก็ชัดเจนจนดูเหมือนตั้งใจ...
โดยส่วนตัว ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ของ Eminem เป็นข้อความที่ตั้งใจแทรกไว้จริงๆ...
ผมคิดว่าเค้าคิด Subliminal Message ก่อนแหงๆ แล้วมาลองเล่นย้อนกลับดู ว่าคล้ายๆคำว่าอะไร แล้วร้องไปตามนั้น...
จนกลายเป็นเพลงฮิต "Hi... My name Is... What..." ที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยมีเนื้อหา (แน่ล่ะ คิดมุข Subliminal มาก่อนหนิ...)
ในกรณีของ Britney ผมก็คิดว่าตั้งใจเหมือนกัน ส่วนของคนอื่นคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะแถสูง...
ก็ว่ากันไป...
ความรู้เบ็ดเตล็ด...
- คลิบเพลงตัวอย่างสองอันข้างบน ทำโดยนาย NoobishPineapple...
นอกจาสองคลิบข้างบนแล้ว ยังมีคลิบที่เหลืออยุ๋อีกจำนวนหนึ่ง ที่ทำโดยตานี่...
ถ้าใครสนใจฟังต่อลองตาม Link นี้ไปหาที่เหลือดุนะ มีทั้งหมด 8 ภาคล่ะมั๊ง...
- นอกจากในเพลงแล้ว Youtube ยังมี Subliminal Message ในสื่อชนิดอื่นให้ Search ดูอีกมากมาย...
แต่ต้องระวังหน่อยนะ Subliminal Message มักอยุ่คุ่กับ ข้อความ และดนตรีน่ากลัวๆ...
และมักจะถูกหลอกผีโผล่มาในคลิบเป็นประจำ แต่ไม่ต้องกลัว ที่เอามาให้ดู ไม่มีหลอกผีจ้ะ... (ไม่ชอบเหมือนกัน)
- อันนี้ เป็น Subliminal บ้าๆ ที่แทรกอยุ่ตามสื่อต่างๆของ Disney!?...
ซึ่งบางอันก็เหมือนจริง บางอันก็ดูแถ หลังๆมีมาริโอด้วย แถขั้น Max...
- อันนี้รวมอันที่น่าสนใจ มาจากหลายๆสื่อเลย ลองดูนะสนุกดี อันที่แถๆก็อ่ะนะ แถซะสีข้างแดงเลย...
- Subliminal Message ในเพลงไทยมีอยุ่ในเพลง "เวตาล" ของ Modern Dog นะ...
ไอ้ตรงที่ร้องไม่รุเรื่องนี่แหละ จริงๆเพลงเค้าก้บอกใบ้ไว้ให้แล้วนะ ว่าให้ลองย้อนกลับดู...
และเราก็จะพบกับ Subliminal Message ร้องว่าอะไร ไปลองหมุนดูเอาเองจ้า...
LOVE&RESPECT...
SURF SAFE... |
|
|