| ป่าน's profileCyber Space...BlogLists | Help |
|
February 04 ฝันดี"ราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดี..." December 06 เรื่องเฉพาะทาง สำหรับผู้รักการ์ตูนเรื่อง โจโจ้ เท่านั้นครับ ระวังอ่านไม่รู้เรื่องระหว่างที่ผมกึ่งหลับ กึ่งตื่น เคลิ้มๆอยู่...
อยู่ดีๆก็มีฉากนี้เข้ามาปะทะในหัวครับ...
...
นิจิมูระ เคโจ ผู้อาภัพ...
พ่อของเขาเป็นชายที่ขายวิญญาณให้กับปีศาจผีดูดเลือด เพื่อแลกกับเงินทอง...
จนต้องติดเชื้อประหลาด ที่ทำให้รูปร่างภายนอกอัปลักษณ์...
และสูญเสีย ความสามารถที่จะตายไป...
ถึงแม้ร่างกายจะถูกทำลายไปเท่าใด ก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมในทันที...
นิจิมูระ เชื่อว่าพ่อของตนนั้น สติฟั่นเฟือนไปพร้อมกับร่างกายที่ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม...
ภาพร่างเน่าเปื่อยของพ่อตน คลานไปที่หีบสมบัติ เพื่อค้นหาความว่างเปล่าภายในนั้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไร้จุดหมาย และไม่สนใจใยดี สิ่งรอบตัว...
ทิ่มแทงหัวใจของเข้ามาอยุ่หลายปี ความหวังของเขา มีเพียงหาใครซักคนที่มีความสามารถที่จะ จบชีวิตที่แสนทรมานของพ่อเขาได้เท่านั้น!!!...
ฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ ตัวเอกใน jojo ภาค 4
ต่อสู้กับนิจิมูระ เพื่อยับยั้งการสร้าง "ผู้ที่มีความสามารถ ในการฆ่า" ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆในเมือง โมริโอ...
ขณะที่ต่อสู้กันยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ โจสุเกะอาศัยจังหวะ เข้าถึงตัวของพ่อนิจิมูระ...
และใช้ความสามารถพิเศษของตน ทำการ 'ซ่อมแซม' หีบที่พ่อของ นิจิมูระ กำลังค้นหา 'บางสิ่ง' อยู่...
ด้วยความสามารถในการ 'ซ่อมแซม' ของ โจสุเกะ ทำให้สิ่งของที่เคยอยู่ภายในหีบ กลับมาเป็นดังเดิม...
โจสุเกะตั้งใจจะแสดงว่า การที่พ่อของ นิจิมูระ พยายามค้นหาในหีบสมบัติ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น ต้องมีความหมายบางอย่าง...
สิ่งที่พ่อของ นิจิมูระ ค้นหาอยู่ นั่นก็คือ...
เศษรูปถ่าย สมัยเด็กๆ ของ นิจิมูระ...
พ่อของเขาไม่ได้ฟั่นเฟือนไป!!! และยังจดจำลูกชายของตัวเองได้เป็นอย่างดี!!!
"ถ้าคิดจะหาวิธีที่จะทำลายน่ะ ไม่รู้จักหรอก แต่ถ้าจะหาวิธี 'รักษา' ล่ะก็ พอจะมีวิธีอยู่..."
ประโยคเท่ๆโผล่มา 1 ดอก...
โจสุเกะ เป็นตัวเอกที่มีความสามารถในการ "รักษา"
(anti คาแร็คเตอร์พระเอกทุกตัวเลย ในยุคนั้น อินดี้หนักมาก...)
เท่สุดตีนนนนน... November 03 ความฝันของผีเสื้อนิทานเต๋าเรื่อง ความฝันของท่านจวงจื่อ...
คงเป็นที่รู้จักกันดีของหลายๆคน... ท่านจวงจื่อ นักปราชญ์ลัทธิเต๋า ครั้งหนึ่ง เคยนอนหลับ ฝันไปว่า...
ตัวเองเป็นผีเสื้อ ออกโบยบินอย่างเพลิดเพลินในสวนดอกไม้... โดยที่ขณะฝันอยุ่นั้น ท่านจวงจื่อไม่รู้ตัวเลยว่า นี่เป็นแค่ความฝันของมนุษย์
แต่คิดว่า ตนนั้นคือผีเสื้อจริงๆ... ...
ฉับพลันที่ตื่นขึ้นมา จึงได้รู้สึกว่า ความรู้สึกเมื่อกี๊เป็นเพียงความฝัน...
แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เราคือมนุษย์ที่ฝันว่าเป็นผีเสื้อ...
หรือว่าตอนนี้ เราเป็นแค่ผีเสื้อที่ฝันว่าได้เป็นมนุษย์... ...
หลายครั้งที่ผมนอนหลับฝันไป และคิดว่าตนเองดำเนินไปตามบทนั้นๆจริงๆ...
หลายครั้งเรารุ้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมมันช่างสมจริงสมจัง ขนาดนั้น... หรือสมองเรา สามารถจำลอง โลกเสมือนออกมาได้ละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอ... เช่น generate หน้าตาคน...
สถาปัตยกรรม... logic ของความคิดของตัวละครอื่นๆในฝัน... และ สถานการณ์ต่างๆ... ที่มีความซับซ้อนมากมาย... หลายครั้งที่สิ่งของต่างๆ มันสวยงามด้วย ! นี่เราสามารถคิดได้ในคืนเดียวหรือนี่!?... ...
แต่ก็เคยอ่านข้อมุลจาก internet มาบ้างว่า...
จริงๆถ้าเราฝัน และ ตื่นขึ้นมา ให้ลองบันทึกเรื่องราวต่างๆ และ ภาพที่เราเห็น ทันที... จะำพบว่า บางทีมันอาจจะไม่ได้เรื่องเอาซะเลย... logic ก็จะผิดพลาดจากความเป็นจริงไปหมด (เช่น ตำรวจ อาจจะใส่ชุดสีแดงคาดเขียว ใช้ซีดีร่อนเป็นอาวุธ และ เลือกจับคนร้ายเฉพาะอายุ 35 ขึ้นไป) ไอ้ที่คิดว่าสวยนักหนาตอนฝัน ก็แทบจะดูไม่ได้ หรือบางทีเราก็จะไม่สามารถรับรุ้ฟอร์มมันได้ด้วยซ้ำ (รับรู้แค่ว่ามันสวย แต่ไม่มีรูปร่าง) ความลึกลับของความฝันนี่ มันช่างน่ามหัศจรรย์เสียจริงๆ...
เลยไม่รู้สึกสงสัยเลยว่าทำไมท่านจงจื้อ ถึงปักใจเชื่อ และ รุ้สึกสับสนระหว่างโลกสองใบนี้... (ซึ่งจริงๆ โลกแห่งความจริง ที่กำลังพิมพ์ blog อยู่นี้ logic อาจจะเห่ยเหมือนกันในโลกแห่งความฝัน แต่สมองเราตอนนี้ตัดสินหนิ ว่า logic นี้มันถูก) อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการฝึกฝน เพื่อที่จะให้เราสามารถรู้ตัวเวลาฝันได้...
วิธีง่ายๆ เบื้องต้นก็คือ หัดจดบันทึกความฝันทุกๆเช้า ทันทีที่ตื่น... และ ฝึกการดูนาฬิกา และ หนังสือ ในฝัน... ตามข้อมูลที่อ่านมา บอกไว้เหมือนว่า การดูนาฬิกา หรือ อ่านหนังสือ ในฝัน... หากทำอย่างนั้นสองครั้งติดต่อกัน จะให้ผลไม่เหมือนเดิม... ถ้ารู้ตัวดังนั้น ว่าฝันแล้ว ก็ให้ลองควบคุมความฝัน...
อาจจะลองด้วยการสมมติเหตุการณ์ที่อยากให้เกิดขึ้น ขึ้นมา แล้วลองควบคุมดูครับ ว่ามันจะมาไม๊ ในฝัน... ...
อย่าลืมดูนาฬิกาสักสองครั้งก่อนนอนนะครับ วันนี้...
ไม่แน่คุณอาจจะตื่นขึ้นมาเป็นแมลงทับก็ได้... ...
ฝันดีครับ... October 01 untitle 02กำลัง sketch แบบร่างอยู่ดีๆ...
![]() เหลือบไปเห็นอะไรไม่รู้อยุ๋บนกระดาษ...
![]() เอ๊ะ!? อายัย...
![]() !?...
![]() !!!!!!!!!!!!!...
![]() architrax
surf safe August 24 ลูกชิ้น สีชมพูไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง กับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ออฟฟิศ...
ชื่อร้านว่า ตังเม้ง อยู่แถวๆ ปากซอย สุขุมวิท 49 ครับ...
เมนูวันนั้นได้แก่
1. บะหมี่แห้ง ของผมเอง 1 ชาม
2. เกาเหลา เย็นตาโฟ กินรวมกัน 1 ชาม
ไม่มีอะไรผิดปรกติ จนกระทั่ง
ผมคีบลูกชิ้นจากชามเย็นตาโฟ มาวางไว้ที่ชามบะหมี่ของผมเอง
ใครขโมยไปฟระ!!? architrax July 29 ปลาหมึก
============================================================================================= ============================================================================================= ============================================================================================= ============================================================================================= ============================================================================================= ============================================================================================= ============================================================================================= ============================================================================================= July 26 วิธีง่ายๆ สำหรับคนที่อยากจะบิน...![]() เพียงแค่ให้ Tinker bell โรยผงวิเศษลงบนตัวของเรา...
แล้วก็คิดแต่เรื่องที่ทำให้เราสุขใจ เช่น การได้ของขวัญในวันปีใหม่...
เท่านี้เราก็จะบินออกไปได้แล้วครับ...
SURFSAFE
ET July 06 ป้ายรถเมลล์June 25 เร็วในวงการสถาปนิก...
การปรากฏตัวของโปรแกรมช่วยดราฟงาน อย่างเช่น autoCAD นับว่าช่วยทุ่นแรงสถาปนิกลงไปเยอะ...
ไม่ใช่เพียงแค่การทำงานจะแม่นยำขึ้นเท่านั้น...
แต่ยังสามารถทำให้เราผลิตงานออกมาได้รวดเร็วขึ้นไปอีก...
เช่น การเคลียร์แบบบ้านหลังนึงอย่างคร่าวๆให้เสร็จ...
อาจจะใช้เวลาแค่เพียง 1 - 2 สัปดาห์...
แต่ถ้าดราฟมือล่ะก็... ไหนจะผิด ไหนจะแก้ ไหนจะงง ไหนจะ scale คงเสียเวลาไม่น้อย...
แต่เชื่อไหมว่า เราไม่ได้ทำงานน้อยลง...
เราสามารถทำงานได้เยอะขึ้น ในเวลาทำงานเท่าเดิม...
เยอะขึ้น เร็วขึ้น เยอะขึ้น เร็วขึ้น...
..................
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ญาติของผม ซื้อ iphone มาให้เครื่องนึง...
ผมดีใจมาก โทรศัพท์ที่แสนฉลาดเครื่องนี้ ทำให้ผมสามารถ check email ได้จากตัวมันเองเลย โดยไม่ต้องมาใส่พาสเวิร์ด หรือพิมพ์ url ทุกครั้ง...
เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส...
และบางที ก็สัมผัสไปอย่างรวดเร็วโดยสมองไม่ทันคิดด้วยซ้ำ...
เช้าวันนี้ ขณะที่ผมกำลังจะ login ผ่าน PC ที่ office เพื่อเข้าไป check email...
ผมคิดขึ้นมาในใจแว๊บนึงว่า...
"เฮ้ มันเสียเวลานะ ที่มานั่งกด url ใส่ password ทุกครั้งแบบนี้ ทำไมเราไม่ check email ผ่าน iphone เลยล่ะ"
ว่าแล้วผมก็หยิบมันขึ้นมากด check mail เร็วกว่าจริงๆด้วย...
ชีวิตผมก็เคลื่อนที่เร็วขึ้นไปจากเดิมหลายวินาทีแล้ว...
คนเราก็พยายามที่จะใช้เวลา 24 ชม. ทำอะไรให้ได้หลายอย่างเพิ่มขึ้นไปอีก...
มาดูกันต่อไปครับ ว่าชีวิตเรามันจะเร็วไปได้ถึงไหนกันน้อ...
architrax
surf safe June 17 แก้วมังกร![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() =====================================================================================================
![]() June 01 พิธีการประชุมแกรนด์ฮาวด์เสือ : แพ๊ค แพ๊ค แพ๊ค!!!...
ลูกเสือ : แพ๊ค!!!...
[ทุกคนมารวมตัวกันเป็นวงกลม เสืออยุ่ตรงกลางวาดมือเป็นวงกลมรอบตัว ลูกเสืออยุ่รอบๆ...
นั่งยองๆ ทำนิ้วสุ้ตายค่ะ จิ้มลงพื้น เพื่อช่วยพยุงไว้ ไม่ให้เวลานั่งแล้วโงนเงน...
พอทุกอย่างพร้อมเพรียงปุ๊บ...]
April 19 ความลับของ iGoogleชั่วโมงนี้ เวลานี้... คงไม่มีใคร ที่ไม่รุ้จักเว็บ Google...
(ผมพูดเวอร์ไป เพราะยังมีอีกหลายคนเหมือนกัน ที่ยังไม่รุจักเว็บ Google)...
แล้ว iGoogle ล่ะ คุณลองใช้หรือยัง...
ถ้ายังเชิญตามนี้ครับ >>> http://www.google.co.th/ig?hl=th
ที่จริง มันก็คือ Google อันเดิมแหละครับ...
ที่มีแถบเมนูเจ๋งๆข้างล่าง ที่เราสามารถเพิ่ม/ลด ปรับตำแหน่ง ได้เอง...
เมื่อตะกี๊ ผมเพิ่งเข้าเว็บ iGoogle แล้วสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...
นั่นคือ ปรกติ เวลามีเทศกาลสำคัญอะไร Google มักจะเปลี่ยนโลโก้ของบริษัท ให้เข้ากับเทศกาลนั้นๆ...
เช่น สรงกานต์ // คริสมาส // วันกิดคนสำคัญ // วันสำคัญ ฯลฯ...
ซึ่งก็มีคนแอบติดตามอยุ่มานาน และคอยตาม Save โลโก้ของ Google มาตลอด...
แต่ใน iGoogle ไม่เคยมีการเปลี่ยนสัญลักษณ์อะไรเลย...
ผมนึกสงสัยว่าทำไม และลอง Save โลโก้ของ iGoogle ลงมาดุในเครื่อง...
ผลปรากฏว่า แทนที่จะได้รูปโลโก้ของ iGoogle เปล่าๆ ตามที่เห็นในเว็บ...
ผมกลับได้รูปนี้มาครับ...
April 15 ฝันร้าย 02
April 09 จะตลก ไม่ใช่ง่ายๆผมเองก็ไม่ได้ว่าจะเป็นปรมจารย์ เรื่องตลกอะไรหรอกนะครับ... อันที่จริง ถ้าใครที่เคยคุยกับผม จะรุ้ว่า ปรกติผมจะไม่คุยตลกเสียเท่าไหร่... ถ้าคุณไม่สนิทกับผม แต่มีเหตุจำเป็นต้องคุยกัน ระหว่างคุยคุณอาจจะนอยได้...
เพราะผมเป็นคนไม่ตลกเอาซะเลย คิดมุขอะไรเฉพาะหน้าไม่ออกเลยล่ะครับ... เรียกว่าหมดเรื่องคุยเอาได้อย่างง่ายๆ (ทั้ง MSN และ การพูดจริงๆ)... คนอื่นๆ มักจะคาดหวังความตลกจากผม...
อาจจะเป็นเพราะ คุณได้เห็น ผมเล่นตลกในที่ Public... และ อยุ่ในสถานการณ์ที่เอาตัวรอดด้วยเรื่องอื่นไม่ได้ มากกว่าครับ... พี่สรวิศ ปี67 เป็นพี่ที่ Office ที่ผมทำงานอยู่...
เคยบอกว่า ตัวผม ผิดไปจากการรับรู้ของพี่เค้ามาก... เนื่องจากเพื่อนๆของเค้า ที่เป็นคนตลก ก็มีสาวๆมาติดกันงอมแงม หญิงอย่างเยอะ... ...ทำไมผมไม่เป็นงั้น...
อยากจะบอกว่า จริงๆพี่เข้าใจถูกแล้วครับ 555 ผมไม่ได้เป็นคนตลกจริงๆครับ...
จบเรื่องของผมไว้เพียงเท่านี้...
วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของ การเล่นตลกครับ...
โดยความเห็นของผมเอง หนึ่งในหลักการเรื่องความตลกแบบเบสิคสุดๆ นั้นคือ... "ความตลก จะเกิดได้ต่อเมื่อ คุณได้รับรุ้ในสิ่งที่คาดไม่ถึง..."
เพื่อความเข้าใจ จะขออธิบายด้วย Diagram ครับ...
มีเลขอนุกรม ชุดหนึ่ง เริ่มต้นที่...
1 > 2 > 3 > 4 > 5... แน่นอนว่า คุณเห็นลำดับการเติบโตของมัน เพิ่มทีละหนึ่ง... ตัวเลขถัดไป มันควรจะเป็นเลข 6 ตามการรับรู้แบบเบสิค... แต่ถ้าเกิดมันกลายเป็น...
1 > 2 > 3 > 4 > 5 > 1000000000 ชะ ชะ ชะ เห็นอย่างงี้ นักคณิตศาสตร์ อาจจะลงไปนอนขำกลิ้งได้... ที่อยุ่ดีๆ 5 แล้วกระโดดเป็น 1000000000 (พันล้าน) ได้ยังไง ต่อไปจะลองยกตัวอย่างจากบทสนทนาดุครับ... (อย่าไปคาดหวังว่ามันจะขำจริงๆนะครับ...) ตัวอย่างที่ 1
นาย ก. : เมื่อเช้าแม่ง กุสั่ง "ข้าวผัดกุ้ง"... นาย ก : แม่ง เสือกได้ "ข้าวผัดผักบุ้ง" ว่ะ... นาย ข : ก๊ากๆๆๆๆๆ ขำฉิบหาย... อันนี้คือการเล่นตลก กับสิ่งที่คาดไม่ถึง แบบเบสิคสุดๆครับ...
ตามการรับรุ้ของคนปรกติ นาย ข อาจจะได้ยินประโยคแรก แล้วคิดในใจว่า... "อย่างมาก มึงก็คงได้ผัดกระเพราะล่ะวะ..." แต่พอเจอ คำตอบที่กลายเป็น ข้าวผัดผักบุ้ง ไปแทน ก็เลยฮาก๊ากออกมา... นับว่าเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น... อย่างที่ผมบอกไปครับ ว่ายิ่งผิดกับความคาดหวังมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลต่อความตลกเท่านั้น...
แต่จากตัวอย่างที่ 1 สังเกตุได้ว่า นาย ก. ชงเอง เล่นเอง ในจังหวะเดียว... เพราะฉะนั้น ถ้าจังหวะการพูดไม่เทพจริงๆ นาย ข. อาจจะเจื่อนได้... (โดยเฉพาะน้ำเสียง และ หน้าตาตอนคำว่า "แม่งเสือกได้" สำคัญมาก...) เพราะฉะนั้นจึงมีคนหัวใส คิดวิธีพลิกแพลงมุขแบบเบสิคๆนี้ ให้ดูน่าสนใจขึ้นครับ มาดู Diagram ก่อน...
1 > 2 > 3 > 4 > 5 > ให้ทายว่า ต่อไปเลขอะไร > 6 เหรอ > 1000000000
สิ่งที่เพิ่มมาก็คือ การกระตุ้นให้ผู้ฟัง คล้อยตามกับตัวเลขลำดับถัดไป ด้วยการถามนำ...
แล้วก็จับหักหลังในตอนจบ (ประมาณว่า "มึงพูดออกมาเองนะ แปลว่ามึงเชื่ออย่างงั้นนะ")... ตัวอย่างที่ 2
นาย ก. : เมื่อเช้าแม่ง กุสั่ง "ข้าวผัดกุ้ง"... นาย ก : มึงว่า ปรกติกูควรจะได้อะไร... นาย ข : ก็ต้องเป็น "ข้าวผัดกุ้ง" ตามที่มึงสั่งสิวะ... นาย ก : เออ ใช่มะ... ไอ้เหี้ย แต่นี่แม่งทำ "ข้าวผัดผักบุ้ง" มาให้กูว่ะ... นาย ข : ก๊ากๆๆๆๆๆ ขำฉิบหาย... สร้างสรรค์ใช้ได้ครับ กับมุขแบบนี้...
แต่มุขแบบนี้ก็มีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน นั่นคือ เราไม่สามารถควบคุม นาย ข ให้เป็นไปตามต้องการได้... เช่น... ถ้า นาย ข เกิดเป็นคนหัวเฉื่อย อาจจะตอบว่า "ไม่รู้ว่ะ" อันนี้ก็โอเค คุณยังตบมุขเดิมได้...
หรือ ถ้า นาย ข เกิดเป็นคนหัวไว แต่ไม่ตลก อาจจะตอบว่า "แม่งทำข้าวผัดกระเพรามาให้ป่าววะ เมื่อเช้ากูก็โดน เหี้ย...กุว่าจะไปบอก อาจารย์เลอสมว่ะ ไปเป็นเพื่อนกุหน่อยดิ..."
<นอกจากจะไม่เปิดโอกาสให้เล่นมุขแล้ว ยังโดนเฉไฉไปเรื่องอื่นด้วย วกเข้ามาตบอีกทียากมาก> อันนี้ก็อาจจะทำให้จังหวะเสียได้ คุณช้าไปเสี้ยววินาทีเดียว มุขที่เตรียมไว้เล่น อาจจะกลายเป็นแค่ประโยคบอกเล่า...
หรือ ถ้า นาย ข เกิดเป็นคนหัวไวมาก+ตลกด้วย อาจจะเล่นมุขสวนขึ้นมา พร้อมฮาตบมุขด้วย ว่า...
"ข้าวผัดผักบุ้งเหรอวะ 555555 ก๊าก..." เจออย่างงี้ คุณก็จะตกที่นั่งลำบากทันที... และเช่นกัน คนที่ตบมุขจังหวะสุดท้ายได้ ก็ต้องจังหวะเทพครับ สุ่มสี่สุ่มห้าตบไม่ได้...
หาก นาย ก พูดช้า หรือเสียจังหวะไปหนึ่งดอก กลายเป็น... "เออ กูก็ว่างั้น............<เว้นนานไป>............. แต่แม่งทำ.............. เอ่อ.........<ตะกุกตะกัก และ แอบสบตา นาย ข หนึ่งดอก>........ทำข้าวผัดผักบุ้ง มาให้กูว่ะ..." มุขนี้ก็จะกลายเป็นประโยคบอกเล่า นอยๆ ได้ครับ... เพราะฉะนั้น จึงมีคนคิดวิธีถัดไป เพื่อแก้ปัญหานี้ครับ...
(วิธีนี้ผมนิยมใช้ เพราะชัวร์ดีครับ อย่างน้อยก็ได้ "แหะๆ ขำว่ะ..." มาล่ะ) diagram ครับ...
1 > 2 > 3 > 4 > 5 > "ต่อไปต้องเป็น 6 นะ" > "ต่อไปต้องเป็น 6 นะ" > "ต่อไปต้องเป็น 6 นะ" > 1000000000 ดูตัวอย่างกันครับ... ตัวอย่างที่ 3
นาย ก. : เมื่อเช้าแม่ง กุสั่ง "ข้าวผัดกุ้ง"... นาย ข : แล้วไงต่อ... นาย ก : กูก็เออ กะว่าจะได้กินข้าวอุ่นๆ ตอนเช้าๆ... นาย ก : นึกในใจตลอดเลย ว่าสบายชัวร์ เช้านี้... นาย ข : เออ... นาย ก : ตอนรอ กูแม่ง สั่งโค๊กมารอเลย กินชิลๆ อารมณ์ดีเหี้ยๆ... นาย ก : ซักพัก กูมองไปที่จาน!! ทำไมรูปร่างมันแปลกๆวะ... นาย ข : ทำไมวะ
นาย ก : ไอ้เหี้ย... "ข้าวผัดผักบุ้ง" นี่หว่า...
นาย ข : ก๊ากๆๆๆๆๆ ขำฉิบหาย... ตัวอย่างที่ 3 ต่างกับ ตัวอย่างที่ 2 ตรงที่มันสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของ ตัวอย่างที่ 2 ได้...
นั่นคือ ไม่เปิดโอกาสให้ นาย ข ออกความเห็นอะไรเลย นอกจากเห็นด้วย...
เนื่องจากเราเป็นคนคุมเกมส์อย่างสมบูรณ์...
หน้าที่ของเราก็คือ จะต้องพยายามบิ๊ว นาย ข ให้คล้อยตาม...
ถึงขั้นว่า ให้เห็นภาพชัดเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี... นาย ข ที่คล้อยตามสถานการณ์นั้นเหมือนตัวเองเจอมาจริงๆ... บวกกับ ต้องอดกลั้นความฮาเอาไว้ เนื่องจากรู้ตัวอยู่แล้วว่า ตอนสุดท้ายจะต้องมีฮาหนักๆ แหง จากการปูแบบตั้งใจของเรา...
ในจังหวะสุดท้ายนี่ล่ะ เป็นโอกาสที่เราจะตบมุขแรงๆให้หัวทิ่ม ลงไปนอนขำก๊ากได้สบาย...
มุขนี้มักได้ความฮามากกว่าปรกติ แต่ว่า อัตราความขำ จะแปรผันตามความสามารถในการบิ๊ว...
ยิ่งบิ๊วนาน อธิบายละเอียดมากๆ เห็นภาพชัดๆ ก็จะยิ่งฮา... แต่การบิ๊วนั้น ก็มีความเสี่ยงครับ ถ้าบิ๊วนานเกินไป จะทำให้ผู้ฟังเบื่อ จนถึง "จุดคราก"... กราฟจะตกลงอย่างรวดเร็วทันที... เพราะฉะนั้น เราจึงควรเล่นมุขแบบนี้แต่พองามครับ ไม่จำเป็นต้องตบให้ฮาเต็ม max...
เอาให้ปริ่มๆ แต่ตบลงแรงๆ ใช้จังหวะ สีหน้า และ น้ำเสียงเข้าช่วยด้วยอีกแรง... ใครมีคำแนะนำเพิ่มเติม โปรดทิ้งข้อความไว้ เพื่อเป็นวิทยาทานครับ...
architrax surf safe April 06 โดเรม่อน ม่อน ม่อนโดเรม่อน ม่อน ม่อน...
โดเรมี่ มี่ มี่...
ชิตซูกะ โนบิตะ...
ใครชนะ ได้เป็นใจแอนท์!!!...
.......................
เพลงสมัยเด็กๆ ที่เราเคยร้องกันเพลงนี้...
สามารถอธิบาย เรื่องสถานะของ การ์ตูนในสังคมไทย ได้ดีทีเดียว...
"จะไปเรื่องมากทำไม ก็แค่จับตัวการ์ตุนมายัดๆลงไป เดี๋ยวเด็กมันก็ชอบเองแหละ..."
ถ้าเคยดูการ์ตูนเรื่องนี้มา อย่างน้อย 1 ครั้ง ดูจนจบตอน ด้วยความใส่ใจพอประมาณ...
ใครมันจะอยากเป็น ไจแอนท์ ครับ ถามจริงๆ???...
การ์ตูน ก็ยังคงเป็นแค่ของหลอกเด็กต่อไป...
ในบ้านนี้ เมืองนี้...
architrax
surf safe April 03 วิธีการกินแยมโรลที่ถูกต้อง...
![]() จากการวิเคราะห์ลักษณะภายนอก... ดูก็รู้ว่าคนที่ออกแบบ ตั้งใจจะให้เราสามารถกินเนื้อครีม(สีขาว) และ เนื้อฟูๆ(สีน้ำตาล) ไปได้พร้อมๆกัน... ไม่งั้น คงไม่ออกแบบให้มันขดๆ ม้วนๆ ปนเป complete กันภายในชิ้นเดียว... ![]() แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ทุกครั้งที่เรากินมัน เราจะกัดมันลงไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า... ทีละคำ ทีละคำ... คำแรก คุณก็จะกัดโดนเนื้อฟูๆ สีน้ำตาลอย่างเดียว ไม่โดนครีม.. ![]() คำถัดมา คุณก็จะกัดโดนเนื้อครีมสีขาว เยอะมาก... มากจนรุ้สึกเลี่ยน เพราะอัตราส่วนครีม เทียบกับ เนื้อฟูๆสีน้ำตาลแล้ว ครีมจะมากเกินไป... และสุดท้าย คุณก็จะกินจนส่วนที่เป็นครีมหมดไป ต้องกลับไปกินแต่เนื้อฟูๆอย่างเดียว กรอยๆ อีกรอบ... แสดงว่าการกินของคนทั้งประเทศไทยที่ผ่านมา ขัดต่อความตั้งใจของผุ้ออกแบบน่ะสิ!! แล้วอย่างงี้ จะได้รสชาติความอร่อยสุดยอด ตามที่เค้าออกแบบมาได้ไง... ถ้าเปรียบกับตึก ก็เหมือนตึกที่ออกแบบห้องมาเป็นอย่างดี แต่สุดท้าย ผู้ใช้ดันเอาไปทำห้องเก็บของ ซะอย่างงั้น... เป็นความโชคดีของคุณแล้ว ที่ได้เข้ามาอ่านบล๊อคนี้ครับ... ผมขอเสนอการกินวิธีใหม่ ที่คุณจะสามารถรับรุ้รสชาติ และความตั้งใจของผู้ออกแบบได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย... ![]() ขั้นแรก เอาแยมโรลรสสตอเบอร์รี่ ที่ม้วนๆอยู่ มาคลี่ออกตามภาพ ![]() คลี่ออกมาจนเป็นเส้นยาวๆ... ![]() แล้วก็แด๊ก ไปตามแนวเส้นเล้ย!!!!!... คราวนี้ ครีม กับ เนื้อฟู เข้าปากพร้อมกันทุกคำแน่นอน!!!... architrax surf safe March 16 ความกุ๊กกิ๊ก ที่ผู้ชายไม่สามารถทำได้...ผมมีหมาอยู่สองตัวครับ ชื่อว่า โซฟา กับ ซาติน...
เป็นหมาพันธุ์ ชิวาวา ...
เมื่อปีที่แล้ว วันรับปริญญาของผม...
หลังจากเจออะไรวุ่นๆ มาทั้งวัน เดี๋ยวคนนี้มาหา คนนู้นมาหา...
รู้สึกตัวอีกที ในมือก็เต็มไปด้วยดอกไม้ ตุ๊กตา แล้ว...
ระหว่างที่นั่งชิลอยุ่ ก็ลองหยิบพวกของขวัญมาดูซิ ว่าได้มาจากใครมั่ง...
หยิบมาดูทีละอัน...
หยิบมาดูทีละอัน...
หยิบมาดูทีละอัน...
"ขอแสดงความยินดีกับพี่ป่านนะ ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว
จาก โซฟา , ซาติน"
... อึ้งไปเลย ...
แน่นอนครับ ว่าหมาที่บ้านผม คงไม่ได้วิ่งมาซื้อตุ๊กตาหมีใส่ครุยตัวนี้ให้ผมแน่ๆ...
ถ้าไม่ใช่น้องสาวผม ก็ต้องเป็น แม่ผม ล่ะครับ ที่เป็นคนจัดการเจ้าหมีตัวนี้...
สุดท้ายก็ไม่ได้ไปถามนะครับ ว่าใครทำ ได้แต่นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว...
ผู้ชายทั้งแท่ง คิดให้หัวระเบิด ก็คิดไม่ออกหรอกครับมุขนี้...
ARCHITRAX
SURF SAFE March 09 ความซึ้งของลูกผู้ชายถาปัดบางครั้งที่เรารู้สึกว่า ชีวิตของเรามันช่างห่วยแตก...
เหมือนกับมันเป็นสีเทาอยู่ตลอดเวลา...
![]() บางทีก็นึกดูถูกตัวเองว่า ทำไมโลกของเรา...
มันไม่เห็นเป็นสีขาวเหมือนใครๆเขา...
![]() แต่ถ้าเรามองดูไปรอบๆตัวเราดีๆ...
ไอ้ที่เราเห็นชีวิตมันสีขาวๆน่ะ มันไม่ได้เป็นของปรกติที่ทุกคนเค้าเป็นกันซะหน่อย...
อันที่จริงแล้ว ถ้าลองมองดูคนที่เค้ามีชีวิตที่ดำกว่าเรา...
ชีวิตของเรามันก็แทบจะดูขาวไปเลย...
![]() รองเท้าเหม็นมากครับ ถึงเวลาซักซะที
architrax |
|
|